วันอังคารที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2553

9 ปี เหตุการณ์ 11 กันยาฯ

9 ปี เหตุการณ์ 11 กันยาฯ
ตีพิมพ์ใน สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ ปีที่ 57 ฉบับที่ 52 วันศุกร์ที่ 17 - วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน 2553

เมื่อวันเสาร์ที่ 11 กันยายน ที่ผ่านมา เป็นการครบรอบ 9 ปี ของเหตุการณ์ 11 กันยาฯ ปี 2001 คอลัมน์โลกทรรศน์ในวันนี้ จะย้อนกลับไปดูว่า สงครามต่อต้านการก่อการร้ายที่สหรัฐเป็นผู้นำนั้น ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวอย่างไร และวิเคราะห์สถานการณ์การก่อการร้ายในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต

สงครามต่อต้านการก่อการร้ายในสมัยรัฐบาลบุช
ในช่วง 8 ปี ของรัฐบาลบุช คือ ตั้งแต่เหตุการณ์ 11 กันยาฯ ปี 2001 จนถึงปี 2008 รัฐบาลบุชก็ยุ่งอยู่กับสงครามต่อต้านการก่อการร้าย อย่างไรก็ตาม สงครามที่รัฐบาลบุชหวังว่าจะชนะ แต่กลับยืดเยื้อ กลับกลายเป็นยิ่งปราบยิ่งเพิ่ม ถึงแม้จะยังไม่มีการก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่ในสหรัฐ แต่การก่อการร้ายกลับเพิ่มขึ้นทั่วโลก สงครามอุดมการณ์เพื่อชนะจิตวิญญาณของชาวมุสลิม ได้ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง โลกมุสลิมได้มองว่า สหรัฐคือ ศัตรูของอิสลาม และ al Qaeda ไม่ได้เป็นองค์กรอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นอุดมการณ์ เป็นขบวนการที่แพร่ไปทั่วโลกมุสลิม ถึงแม้บุชได้ออกมาประกาศว่า ผู้นำของ al Qaeda ได้ถูกจับกุมและสังหารไปจำนวนมาก แต่ al Qaeda ได้มีการปรับตัวและสมาชิกกลับเพิ่มขึ้น อุดมการณ์ของ al Qaeda ได้แพร่ไปทั่วโลกมุสลิม อุดมการณ์นั้นคือ การต่อต้านสหรัฐ ทำลายล้างสหรัฐและพันธมิตร ทำสงครามศาสนากับตะวันตก ขจัดอิทธิพลของตะวันตกให้ออกไปจากโลกมุสลิม และในที่สุดจะจัดตั้งรัฐอิสลามขึ้นทั่วโลกมุสลิม

สงครามต่อต้านการก่อการร้ายในสมัยรัฐบาลโอบามา
ในปี 2009 ได้มีการเปลี่ยนรัฐบาล จากรัฐบาลบุชมาเป็นรัฐบาลโอบามา ชาวโลกหวังว่า สหรัฐคงจะปรับยุทธศาสตร์ใหม่กับโลกมุสลิม และมียุทธศาสตร์ใหม่ในการแก้ปัญหาการก่อการร้าย

เมื่อได้รับตำแหน่งใหม่ๆ โอบามาได้กล่าวสุนทรพจน์ประวัติศาสตร์ในช่วงกลางปีที่แล้ว ที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ประกาศยุคใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับโลกมุสลิม ชาวโลกหลังจากได้ยินสุนทรพจน์ก็มีความหวังว่า โอบามาซึ่งแตกต่างจากบุช ซึ่งมีนโยบายสายเหยี่ยว แต่โอบามาดูจะมีนโยบายสายพิราบ จึงน่าจะแก้ปัญหาได้ดีกว่า โอบามาเองก็มองว่า สุนทรพจน์ที่ไคโรเป็นก้าวสำคัญในการทำสงครามต่อต้านการก่อการร้าย

อย่างไรก็ตาม 1 ปีผ่านไป หลังจากสุนทรพจน์ประวัติศาสตร์ แต่ความสัมพันธ์สหรัฐกับโลกมุสลิมไม่ได้ดีขึ้น แต่ดูกลับจะแย่ลง การแก้ปัญหาการก่อการร้ายกำลังถึงทางตันเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในอัฟกานิสถาน การสำรวจความเห็นของชาวมุสลิมปรากฏว่า มีเพียง 33 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ยังมีความเชื่อมั่นในตัวโอบามา ซึ่งลดลงจาก 42 เปอร์เซ็นต์ เมื่อปีที่แล้ว โลกมุสลิมกำลังรอว่า โอบามาจะมีอะไรที่มากไปกว่าคำพูดหรือไม่ ซึ่งดูเหมือนกับว่า การกระทำจะสวนทางกับคำพูดของโอบามา ตัวอย่างเช่น โอบามาประกาศว่า จะปิดคุกที่ Guantanamo แต่ปัจจุบัน ก็ยังไม่ได้ปิด โอบามาได้ถอนทหารออกจากอิรัก แต่กลับไปเพิ่มที่อัฟกานิสถาน รวมถึงกำลังเพิ่มปฏิบัติการไล่ล่าผู้ก่อการร้ายในปากีสถานด้วย สุนทรพจน์ของโอบามาที่ไคโรย้ำถึงการแก้ปัญหาปาเลสไตน์ ปัจจุบันปัญหาปาเลสไตน์ยังเหมือนเดิม และชาวปาเลสไตน์ยังไม่มีรัฐของตนเอง ในสายตาของชาวมุสลิม เริ่มมองว่า โอบามาคงจะไม่ต่างจากผู้นำสหรัฐคนอื่นๆ ซึ่งมีนโยบายเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐเท่านั้น

ปัจจุบัน แนวรบในสงครามต่อต้านการก่อการร้าย นอกจากที่อยู่ในตะวันออกกกลางแล้ว ยังมาอยู่ที่ศูนย์กลางของนครนิวยอร์กด้วย คือ ความขัดแย้งในเรื่องของการที่จะสร้างมัสยิดใกล้ตึกเวิร์ลเทรด เซ็นเตอร์ ที่ถูกถล่มในเหตุการณ์ 11 กันยาฯ โดยชาวอเมริกัน ฝ่ายขวาอนุรักษ์นิยมก็ออกมาต่อต้านการสร้างมัสยิดดังกล่าว โดยมองว่า การสร้างมัสยิดเท่ากับเป็นการประกาศชัยชนะของพวกกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง ในขณะที่ชาวมุสลิมทั่วโลกก็ออกมาต่อต้าน หนังสือพิมพ์ New York Times ได้สัมภาษณ์ชาวมุสลิมในกรุงแบกแดด ซึ่งกล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เห็นว่า “อเมริกาเกลียดอิสลาม”

และในขณะที่กำลังมีความขัดแย้งกันอย่างหนักในเรื่องการสร้างมัสยิดดังกล่าว ก็มีเหตุการณ์ทำลายภาพลักษณ์ของอเมริกาในสายตาโลกมุสลิมเพิ่มขึ้นอีก เมื่อบาทหลวงที่ประจำอยู่โบสถ์เล็กๆ ในรัฐฟลอริดา ชื่อ Terry Jones ประกาศว่า จะเผาคัมภีร์กุรอ่าน โดยเสนอว่า วันที่ 11 กันยายน จะเป็นวัน “Burn a Koran Day” หรือ “วันเผากุรอ่าน” ซึ่งการเสนอเช่นนั้น ได้ก่อให้เกิดกระแสต่อต้านไปทั่วโลกมุสลิม

สถานการณ์การก่อการร้ายในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต
จากการประเมินข้างต้น จะเห็นได้ว่า 9 ปี หลังเหตุการณ์ 11 กันยาฯ สงครามต่อต้านการก่อการร้ายของสหรัฐประสบความล้มเหลวและกลับทรุดหนักลง โดยกลุ่มก่อการ้ายและการก่อการร้ายได้แพร่ขยายไปทั่วโลก al Qaeda ยังคงเป็นองค์กรก่อการร้ายที่สำคัญที่สุด ซึ่งอาจวิเคราะห์ได้ว่า ขณะนี้ al Qaeda มีอยู่ 5 มิติด้วยกัน

มิติที่ 1 คือ องค์กร al Qaeda ดั้งเดิม ที่เป็นแกนกลางของการก่อการร้าย นำโดยบิน ลาเดน ซึ่งจะเป็นองค์กรหลักในการกำหนดทิศทางของแนวร่วมการก่อการร้ายทั่วโลก ถึงแม้สหรัฐจะพยายามอย่างสุดความสามารถ อาจถือได้ว่า เป็นความพยายามค้นหาที่เข้มข้นที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่สหรัฐก็ยังไม่สามารถค้นหาแหล่งที่ซ่อนของ บิน ลาเดน ได้ ถึงแม้ว่า จะมีการคาดเดาว่า แหล่งซ่องสุมใหญ่จะอยู่บริเวณพรมแดนระหว่างปากีสถานและอัฟกานิสถานก็ตาม

มิติที่ 2 คือ เครือข่ายการก่อการร้ายที่เป็นแนวร่วมกับ al Qaeda โดยเฉพาะในปากีสถานและอัฟกานิสถาน กลุ่มตาลีบันในปากีสถาน ซึ่งอยู่เบื้องหลังแผนการก่อวินาศกรรมที่ Times Square นครนิวยอร์ก เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ก็เป็นแนวร่วมกับ บิน ลาเดน เช่นเดียวกับนักรบตาลีบันในอัฟกานิสถาน ก็เป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นกับ al Qaeda

มิติที่ 3 ของ al Qaeda คือ แนวร่วมของ al Qaeda ในโลกมุสลิม ซึ่งมีหลายกลุ่มด้วยกัน
• กลุ่มแรกคือ al Qaeda in the Arabian Peninsula ซึ่งวางแผนโจมตีสหรัฐในวันคริสต์มาสปีที่แล้ว แต่ไม่สำเร็จ กลุ่มนี้ได้โจมตีรัฐบาลเยเมน และลอบสังหารหัวหน้าหน่วยงานต่อต้านการก่อการร้ายของซาอุดิอาระเบียด้วย
• Al-Shabaab กลุ่มก่อการร้ายในโซมาเลีย มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับ al Qaeda
• al Qaeda in the Islamic Maghreb เป็นกลุ่มก่อการร้ายที่มีบทบาทสำคัญทางตอนเหนือของอัฟริกา
• กลุ่ม Lashkar e – Tayyiba เป็นกลุ่มก่อการร้ายในอินเดียและปากีสถาน มีบทบาทสำคัญในการก่อวินาศกรรมที่เมืองมุมไบ ปี 2008
• al Qaeda in Iraq ถึงแม้จะมีบทบาทลดลง แต่ก็ยังคงก่อวินาศกรรมเป็นระยะๆ ในอิรัก

สำหรับมิติที่ 4 ของ al Qaeda คือ กลุ่มก่อการร้ายในระดับท้องถิ่น ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า home grown terrorist กลุ่มก่อการ้ายและผู้ก่อการร้ายเหล่านี้ เป็นคนท้องถิ่น แต่มีอุดมการณ์ร่วมกับ al Qaeda ซึ่งขณะนี้ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในสหรัฐและยุโรป ตัวอย่างเช่น เหตุการณ์ก่อวินาศกรรมในสเปนเป็นฝีมือของกลุ่มก่อการร้ายท้องถิ่น การก่อวินาศกรรมในลอนดอน ก็เป็นฝีมือของผู้ก่อการร้ายเชื้อสายปากีสถานที่เกิดในอังกฤษ และมีผู้ก่อการร้ายสัญชาติอเมริกันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่น ในกรณีการก่อวินาศกรรมที่ Fort Hood และเมื่อเร็วๆ นี้ ก็มีชาวอเมริกัน 3 คน คนหนึ่งมีชื่อว่า Najibullah Zazi ได้ไปฝึกการก่อวินาศกรรมกับ al Qaeda ในปากีสถาน และได้วางแผนจะระเบิดฆ่าตัวตายในรถไฟใต้ดินของนครนิวยอร์ก แต่ทางฝ่ายรัฐบาลสหรัฐได้ป้องกันไว้ได้ก่อน

สำหรับมิติที่ 5 ก็คือ อุดมการณ์ของ al Qaeda คือ การทำสงครามศาสนาหรือสงคราม Jihad ต่อต้านสหรัฐและต่อต้านตะวันตก ขณะนี้ อุดมการณ์ดังกล่าวได้แพร่ไปทั่วโลกมุสลิมตามที่ได้กล่าวไปแล้ว ถึงแม้ว่าจะมีชาวมุสลิมเป็นจำนวนน้อยที่เลื่อมใสในอุดมการณ์ดังกล่าว แต่คนจำนวนนี้ ก็จะส่งผลกระทบอย่างมาก หากก่อวินาศกรรมที่ทำให้มีผู้สูญเสียชีวิตได้เป็นจำนวนมาก

ผมมองว่า สถานการณ์การก่อการร้ายในอนาคต คงจะลุกลามบานปลายต่อไปไม่จบง่ายๆ โดยมีแนวโน้มว่า การก่อการร้ายกำลังลุกลามขยายตัวออกไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง เยเมน และโซมาเลีย รวมทั้งในโลกตะวันตกคือ สหรัฐและยุโรป สำหรับสงครามในอัฟกานิสถานก็ได้เลวร้ายลงเรื่อยๆ นักรบตาลีบันได้ยึดครองพื้นที่ในอัฟกานิสถานมากขึ้นเรื่อยๆ และกองกำลังนาโต้และสหรัฐกำลังตกที่นั่งลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ สงครามอัฟกานิสถาน การที่สหรัฐหวังจะเอาชัยชนะคงไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับสถานการณ์ในปากีสถาน ก็กำลังเข้าสู่จุดวิกฤติเช่นเดียวกัน ปากีสถานได้กลายเป็นแหล่งซ่องสุมใหญ่ ทั้งของ al Qaeda และตาลีบัน