วันอังคารที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ภัยคุกคามปี 2013



ภัยคุกคามปี 2013

ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 4 เมษายน 2556


เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ ได้เผยแพร่เอกสารวิเคราะห์แนวโน้มภัยคุกคามในปี 2013 โดยเอกสารมีชื่อว่า Worldwide Threat Assessment คอลัมน์กระบวนทรรศน์ในวันนี้ จึงจะขอสรุป สาระสำคัญของเอกสารดังกล่าว ดังนี้


ภัยคุกคามในอินเทอร์เน็ต

ภัยคุกคามในอินเทอร์เน็ตกำลังจะกลายเป็นภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ ที่จะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยภัยคุกคามดังกล่าวมี 2 ลักษณะ ลักษณะแรก คือการโจมตีทางอินเทอร์เน็ต ( cyber attack) และอีกรูปแบบหนึ่งคือ การโจรกรรมทางอินเทอร์เน็ต (cyber espionage) โดย cyber attack จะเป็นการปฏิบัติการในการป้องกันการเข้าถึงเว็ปไซต์ การโจมตีศูนย์ควบคุม ที่อาจนำไปสู่ความสูญเสียทางกายภาพ เช่น ไฟฟ้าดับ ส่วน cyber espionage นั้นคือ การแฮ็กหรือเจาะเข้าไปในเครือข่ายข้อมูล เพื่อเข้าถึงข้อมูลความลับทางการทูต ทางทหาร และทางเศรษฐกิจ

หน่วยงานข่าวกรองสหรัฐฯ ประเมินว่า ในช่วง 2 ปีข้างหน้า อาจจะมีโอกาสเกิด cyber attack ครั้งใหญ่ ต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของสหรัฐฯ ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสียหายทางกายภาพ ในระยะเวลายาวนานและกว้างขวาง อย่างเช่น เกิดเหตุการณ์ไฟดับทั่วทั้งภูมิภาค หน่วยงานข่าวกรองสหรัฐฯ ประเมินว่า รัสเซียและจีน ซึ่งเป็นคู่แข่งของสหรัฐฯ ยังไม่น่าจะโจมตีสหรัฐฯ ในลักษณะ cyber attack ยกเว้นในกรณีที่เกิดความขัดแย้ง หรือวิกฤตการณ์ทางทหาร อย่างไรก็ตาม รัฐบาลบางรัฐ และตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐ อาจใช้วิธีนี้โจมตีสหรัฐฯ โดยอาจเข้าถึงเครือข่ายของสหรัฐฯ ที่เข้าถึงได้ง่าย และเครือข่ายดังกล่าวควบคุมการทำงานของโรงงานพลังงาน

ในช่วงปีที่แล้ว ได้เกิดเหตุการณ์ การโจมตีเว็ปไซต์ของธนาคาร และตลาดหุ้นสหรัฐฯหลายครั้ง และทำให้ลูกค้า ไม่สามารถเข้าถึงบัญชีของตนได้ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต อีกกรณีหนึ่ง เกิดขึ้นในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว คือการโจมตีบริษัทน้ำมันของซาอุดิอาระเบีย ชื่อ Aramco ทำให้คอมพิวเตอร์ของบริษัทกว่า 30,000 เครื่อง ใช้งานไม่ได้

สำหรับ cyber espionage หรือ การโจรกรรมข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตนั้น ได้มีความพยายามของต่างชาติที่จะเจาะข้อมูลหรือแฮ็กข้อมูลเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทั้งของรัฐบาลสหรัฐฯและบริษัทธุรกิจต่างๆ ในอนาคต มีความเป็นไปได้สูงว่า จะมีความพยายามที่จะแฮ็กข้อมูล โดยมุ่งเป้าไปที่ ข้อมูลชั้นความลับทางด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

หน่วยงานข่าวกรองสหรัฐฯ ยังระบุว่า มีเครื่องบ่งชี้ว่า องค์กรก่อการร้ายต่างๆ ก็ให้ความสนใจมากขึ้น ในการเพิ่มสมรรถภาพของการโจมตีสหรัฐฯและตะวันตกทางอินเทอร์เน็ต


การก่อการร้าย

ภัยคุกคามอีกเรื่องที่สำคัญโดยเฉพาะในสายตาของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ คือ การก่อการร้ายสากล ภัยคุกคามจากการก่อการร้ายกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน กระบวนการก่อการร้ายสากล กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่การกระจายตัวมากขึ้น นอกจากนี้ เหตุการณ์ Arab Spring ได้ก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯในภูมิภาค

สำหรับกลุ่มก่อการร้ายสำคัญที่จะยังเป็นภัยคุกคามต่อตะวันตกและสหรัฐฯ คือ
-          Al-Qa’ida in the Arabian Peninsula (AQAP) เป้าหมายของกลุ่มยังคงเป็นการโจมตีสหรัฐฯ และตะวันตก
-          Al-Qa’ida in Iraq’s (AQI)
-          Al-Shabaab มีฐานที่มั่นอยู่ในโซมาเลีย เน้นแผนการโจมตีเป้าหมายต่างๆในระดับท้องถิ่นและในระดับภูมิภาค ซึ่งรวมถึงเป้าหมายที่เป็นผลประโยชน์ของสหรัฐฯและตะวันตก ในแอฟริกาตะวันออกด้วย
-          Al-Qa’ida in the Land of the Islamic Maghreb’s (AQIM) มีเป้าหมายโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ทางตะวันตก และทางตอนเหนือของแอฟริกา

นอกจากนี้ สถานการณ์ความวุ่นวายในโลกอาหรับ ที่เกิดจาก Arab Spring โดยเฉพาะในอียิปต์ ตูนีเซีย เยเมน ลิเบีย รวมทั้งความไม่สงบในโซมาเลียและมาลี ก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มก่อการร้ายต่างๆ ได้เพิ่มบทบาท การโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ มากขึ้น


อาวุธร้ายแรง

ภัยคุกคามอีกเรื่อง ในปี 2013 นี้ คือการแพร่ขยายของอาวุธร้ายแรง โดยเฉพาะอาวุธนิวเคลียร์
หน่วยงานข่าวกรองสหรัฐฯ ประเมินว่า อิหร่าน กำลังพัฒนาสมรรถภาพนิวเคลียร์ เพื่อเพิ่มความมั่นคง และอิทธิพลในภูมิภาค ซึ่งจะทำให้อิหร่านสามารถที่จะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐฯ ยังไม่แน่ใจว่า อิหร่านได้ตัดสินใจผลิตอาวุธนิวเคลียร์แล้วหรือยัง แต่ที่แน่ๆ คือ อิหร่านได้พัฒนาความสามารถหลายด้าน ทั้งในการเสริมสร้างสมรรถภาพแร่ยูเรเนียน และสร้างโรงงานปฏิกรณ์นิวเคลียร์และขีปนาวุธ ซึ่งความสามารถเหล่านี้ สามารถนำมาพัฒนาเป็นขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ได้

สำหรับอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ถือเป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่อสหรัฐฯ และภูมิภาคเอเชียตะวันออก เกาหลีเหนือได้ส่งออกขีปนาวุธ และวัตถุดิบต่างๆ ให้แก่อิหร่านและซีเรีย และช่วยซีเรียสร้างโรงงานนิวเคลียร์ แต่ได้ถูกทำลายไปเมื่อปี 2007 นอกจากนี้ ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือได้ประกาศการทดลองอาวุธนิวเคลียร์เป็นครั้งที่ 3 และเดินหน้าพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกลยิงข้ามทวีป

อีกประเทศหนึ่งที่ถูกจับตามองในเรื่องการพัฒนาอาวุธร้ายแรง คือซีเรีย หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ประเมินว่า ซีเรียมีโครงการพัฒนาอาวุธเคมี และมีการสะสมอาวุธเคมีเป็นจำนวนมาก


ตะวันออกกลาง

สำหรับในปี 2013 ภูมิภาคที่จะวุ่นวายและเป็นภัยคุกคามมากที่สุด น่าจะเป็นตะวันออกกลาง จากเหตุการณ์ Arab Spring ได้นำไปสู่ความวุ่นวายทางการเมือง ความรุนแรง และการไร้เสถียรภาพ การโค่นล้มรัฐบาลเผด็จการได้ก่อให้เกิดสุญญากาศแห่งอำนาจ นำไปสู่ความขัดแย้งทางศาสนาและชาติพันธ์ กลุ่มก่อการร้ายมุสลิมหัวรุนแรง ได้ฉวยโอกาสในการเพิ่มอิทธิพลทางการเมือง พรรคการเมืองที่มีแนวคิดหัวรุนแรงมีอิทธิพลบทบาทเพิ่มมากขึ้น ทั้งในอียิปต์ ตูนีเซีย และโมร็อคโค

สำหรับสถานการณ์ในซีเรีย ซึ่งมีความวุ่นวายมาเกือบสองปีแล้ว รัฐบาลซีเรียกำลังเสื่อมอำนาจลงเรื่อยๆ และแม้ว่ารัฐบาล Asad จะสามารถป้องกันไมให้กลุ่มต่อต้านยึดเมืองสำคัญไว้ได้ อาทิ Damascus, Aleppo, Homs แต่รัฐบาลก็ไม่สามารถที่จะบดขยี้กลุ่มต่อต้านลงได้ ในขณะที่กลุ่มต่อต้านรัฐบาล กลับมีความแข็งแกร่งขึ้น ในเขตชนบททางตอนเหนือและตะวันออกของซีเรีย นอกจากนี้ ความไม่สงบทางการเมือง ได้เปิดโอกาสให้กลุ่มก่อการร้ายในซีเรีย ชื่อ Al-Qa’ida’s Nussrah Front ฉวยโอกาสเพิ่มบทบาทของตนมากขึ้นด้วย

สำหรับอิหร่าน ซึ่งพยายามที่จะขยายอิทธิพล และเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ และตะวันตก ก็พยายามที่จะฉวยโอกาสจากความไม่สงบในโลกอาหรับ โดยได้สนับสนุนแนวร่วมกลุ่มก่อการร้ายปาเลสไตน์ในความขัดแย้งกับอิสราเอล และเพื่อเป็นการฉวยโอกาสจากการถอนทหารของสหรัฐฯ ออกจากอิรักและอัฟกานิสถาน อิหร่านก็กำลังพยายามกระชับความสัมพันธ์กับรัฐบาลในระดับท้องถิ่นและในระดับภูมิภาคของประเทศทั้งสอง อย่างไรก็ตาม ความพยายามของอิหร่านในการครองความเป็นเจ้าในภูมิภาค ยังไม่ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะหากรัฐบาล Asad ถูกโค่นล้มลง ก็จะถือเป็นการสูญเสียพันธมิตรครั้งใหญ่ของอิหร่าน

สำหรับสถานการณ์ในอัฟกานิสถาน รัฐบาลสหรัฐฯ ประเมินว่า กลุ่มตาลีบันได้ลดบทบาทลงในอัฟกานิสถาน แต่ยังคงท้าทายสหรัฐฯ และตะวันตก ความมั่นคงยังคงเปราะบางโดยเฉพาะในพื้นที่ ที่กองกำลังนาโต้ได้ควบคุมอยู่ และกำลังจะเปลี่ยนผ่านการควบคุมให้กับกองกำลังของอัฟกานิสถาน ( Afghan National Security Forces (ANSF)) ซึ่ง ANSF ยังคงจะอ่อนแออยู่ และยังคงต้องการความช่วยเหลือจากนานาชาติภายหลังปี 2014 ซึ่งเป็นปีที่สหรัฐฯ ตั้งเป้าจะถอนทหารออกจากอัฟกานิสถาน



เอเชียตะวันออก

สำหรับสถานการณ์ภัยคุกคามในภูมิภาคเอเชียตะวันออก สหรัฐฯยังคงมุ่งเป้าไปที่จีน และเกาหลีเหนือ
โดยในปีที่แล้ว จุดยืนและท่าทีของจีนมีความแข็งกร้าว โดยเฉพาะต่อความขัดแย้งทางทะเลกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยจีนพยายามที่จะขยายการควบคุมพื้นที่ดังกล่าว  และพยายามขัดขวางความพยายามของนานาชาติที่จะจัดการกับความขัดแย้ง ท่าทีที่แข็งกร้าวมากขึ้นของจีน อาจจะเป็นการตอบโต้การปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ที่จะเพิ่มบทบาทมากขึ้นในภูมิภาค โดยผู้นำจีนมองว่า ยุทธศาสตร์สหรัฐฯ เป็นยุทธศาสตร์ในการปิดล้อมและสกัดกั้นการเพิ่มบทบาทของจีน

เรื่องสำคัญที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯมุ่งเป้า คือ การเพิ่มบทบาททางทหารของจีน โดยขณะนี้จีนกำลังเดินหน้าพัฒนากองทัพอย่างขนานใหญ่ ปีที่แล้ว กองทัพจีนได้พัฒนาอาวุธที่ทันสมัย ตัวอย่างเช่น ในเดือนสิงหาคม จีนได้เปิดตัวเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกของจีน  ชื่อ Liaoning

กล่าวโดยสรุป จะเห็นได้ว่า ในปี 2013 ภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ และตะวันตก จะมีภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ คือภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ต ส่วนเรื่องปัญหาการก่อการร้าย และอาวุธร้ายแรง เป็นภัยคุกคามที่ยืดเยื้อยาวนานมาหลายปีแล้ว ส่วนภูมิภาคที่มีปัญหามากที่สุดคือ ตะวันออกกลาง ซึ่งก็เป็นปัญหาต่อเนื่องมาจากอดีต คือตะวันออกกลางเป็นภูมิภาคที่มีความวุ่นวายมาโดยตลอด สำหรับในเอเชีย ก็เห็นแนวโน้มชัดขึ้นเรื่อยๆว่า สหรัฐฯมุ่งเป้าไปที่จีน โดยมองว่าจีนเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ และสหรัฐฯก็มีแนวโน้มที่จะมียุทธศาสตร์ในการปิดล้อมจีนหนักขึ้นเรื่อยๆ