วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2553

พม่าแอบพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ?

พม่าแอบพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ?
สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ ปีที่ 57 ฉบับที่ 38 วันศุกร์ที่ 11 - วันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน พ.ศ.2553

เมื่อไม่กี่วันมานี้ ได้มีข่าวปรากฏออกมาว่า พม่าได้แอบพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ คอลัมน์โลกทรรศน์ในวันนี้ จะมาดูรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว รวมถึงปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ และวิเคราะห์ถึงผลกระทบต่อไทยและอาเซียน ดังนี้

ข้อมูลจาก Democratic Voice of Burma
ข่าวเกี่ยวกับเรื่องพม่าแอบพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์นั้น เริ่มมาจากสำนักข่าว Democratic Voice of Burma หรือเรียกย่อว่า DVB ได้เผยแพร่บทความรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยคนที่เขียนบทความชื่อ Robert Kelly ชาวอเมริกันซึ่งเคยทำงานที่ International Atomic Energy Agency หรือ IAEA ของ UN ในบทความดังกล่าวมีรายละเอียด ดังนี้

มีหลักฐานว่าพม่ากำลังแอบพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยข้อมูลล่าสุดได้มาจากอดีตทหารพม่าชื่อ Sai Thein Win โดย Sai ได้ให้ข้อมูลและรูปภาพเกี่ยวกับโรงงานนิวเคลียร์ของพม่าแก่ DVB นอกจากนี้ ยังมีการค้นพบหลักฐานความเกี่ยวข้องของเกาหลีเหนือและรัสเซียด้วย

สำหรับ Sai นั้น เคยเป็นทหารอยู่ในกองทัพพม่า โดยทำหน้าที่เป็นวิศวกร และต่อมาได้ไปศึกษาต่อที่รัสเซีย มีความเชี่ยวชาญในด้านขีปนาวุธ หลังจากกลับจากรัสเซีย ก็มาทำงานที่โรงงานพิเศษ ซึ่งต่อมาเขาค้นพบว่า เป็นโรงงานพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ Sai ได้ให้ข้อมูลโดยเฉพาะรูปภาพเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับโรงงานดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง Thabeikkyin ทางเหนือของ Mandalay

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่า รัฐบาลพม่า โดยหน่วยงานที่มีชื่อว่า Department of Technical and Vocational Education (DTVE) เป็นหน่วยงานบังหน้า ได้ซื้อเครื่องมือ อุปกรณ์ ที่อาจเอามาปรับใช้เป็นอาวุธร้ายแรง จากเยอรมันนี ผ่านทางบริษัทที่สิงคโปร์
Sai ได้เล่าให้ฟังว่า รัฐบาลพม่าได้บอกเขาว่า มีแผนการที่จะสร้างโรงงานนิวเคลียร์เพื่อใช้ในการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ โดยรัฐบาลมีแผนที่จะพัฒนาแร่ยูเรเนียมให้เพียงพอสำหรับการสร้างอาวุธนิวเคลียร์

Sai ยังได้เล่าว่า ตอนที่เขาอยู่ที่รัสเซีย มีเพื่อนหลายคนที่ไปศึกษาอบรมด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ที่ Moscow Institute of Engineering Physics หรือ MIFI ซึ่งสถาบันนี้เป็นสถาบันหลักสำหรับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์มาตั้งแต่สมัยสหภาพโซเวียต
สำหรับบทบาทของรัสเซียนั้น ในบทความของ DVB ได้บอกว่า พม่ากับรัสเซียได้มีข้อตกลงที่รัสเซียจะสร้างโรงงานนิวเคลียร์ให้กับพม่ามาตั้งแต่ปี 2000 และในปี 2008 รัสเซียได้ประกาศที่จะสร้างโรงงานดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ต่อมาเกิดติดขัด เพราะรัสเซียต้องการให้พม่าทำสัญญาพิเศษกับ IAEA แต่พม่าไม่ยอมทำ สัญญาดังกล่าวจะมีลักษณะเป็นพิธีสารที่จะอนุญาตให้ IAEA เข้ามาตรวจสอบโรงงานนิวเคลียร์ของพม่าได้ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้นพม่าได้ทำข้อตกลงกับ IAEA ในปี 1995 โดยสัญญาว่าพม่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ต่อมาพม่ากับ IAEA ได้ทำพิธีสาร เรียกว่า Small Quantities Protocol ระบุว่า พม่าไม่มีโรงงานนิวเคลียร์และมีวัตถุดิบนิวเคลียร์ปริมาณน้อยมาก ซึ่ง IAEA ก็รับรองสถานะดังกล่าว และเป็นเงื่อนไขในพิธีสารว่า IAEA จึงไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปในพม่าเพื่อตรวจสอบเรื่องการพัฒนานิวเคลียร์

สำหรับบทบาทของเกาหลีเหนือนั้น พม่ามีข้อตกลงกับเกาหลีเหนือ ที่เกาหลีเหนือจะช่วยสร้างขีปนาวุธพิสัยกลางที่เราเรียกว่า SCUD แต่บทบาทของเกาหลีเหนือในการช่วยพม่าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์นั้น ยังไม่มีหลักฐานชัดเจน อย่างไรก็ตาม เกาหลีเหนือถูกกล่าวหาอยู่บ่อยๆ ว่า ได้ส่งออกเทคโนโลยีนิวเคลียร์ให้กับประเทศต่างๆ โดยล่าสุด ถูกกล่าวหาว่าแอบพัฒนาโรงงานนิวเคลียร์ให้กับซีเรีย และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญของ UN ได้กล่าวหาเกาหลีเหนือว่า ยังคงส่งออกเทคโนโลยีนิวเคลียร์และขีปนาวุธให้กับอิหร่าน ซีเรีย และพม่า

บทความของ DVB สรุปว่า จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น ชี้ให้เห็นภาพชัดเจนว่า พม่ากำลังพยายามที่จะพัฒนาโครงการนิวเคลียร์และพยายามที่จะเพิ่มธาตุยูเรเนียมเพื่อนำไปสู่การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

ปฏิกิริยา
หลังจากที่มีข่าวในเรื่องนี้ออกมา Jim Webb วุฒิสมาชิกของสหรัฐ ซึ่งมีแผนจะเดินทางไปเยือนพม่า ก็ประกาศยกเลิกแผนการทันที โดยอ้างว่า จากข้อกล่าวหาเรื่องการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ดังกล่าวทำให้ไม่เหมาะสมที่จะเดินทางไปเยือนพม่าในขณะนี้ แต่ Webb ก็กล่าวว่า ยังไม่ชัดเจนว่าข้อกล่าวหาจะเป็นจริงหรือไม่ คงต้องรอให้เรื่องนี้กระจ่างเสียก่อน

ก่อนหน้านี้ Kurt Campbell อธิบดีกรมกิจการเอเชีย ได้กล่าวเตือนพม่าให้ปฏิบัติตามข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคง ในการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือโดยเฉพาะการห้ามซื้ออาวุธจากเกาหลีเหนือ ซึ่งรวมถึงการซื้อเทคโนโลยีนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือด้วย

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เมื่อวันจันทร์ที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา Win Myint ทูตพม่าประจำสิงคโปร์ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาต่างๆ ดังกล่าว โดยบอกว่า ข้อกล่าวหาที่ว่าพม่ากำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์นั้นไม่เป็นความจริง และปฏิเสธว่า เกาหลีเหนือไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์

แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตว่า Aye Myint รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมพม่า ในตอนแรกจะมาร่วมประชุม Shangri-La Dialogue ที่สิงคโปร์ ในช่วงต้นเดือนนี้ แต่พอมีข่าวในเรื่องนี้ออกมา ก็ได้ยกเลิกที่จะเข้าประชุม

ในอดีต ผู้นำพม่าได้ปฏิเสธมาตลอดในเรื่องการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แต่ฝ่ายต่อต้านพม่ารวมทั้งอดีตทหารพม่าหลายคนที่เปลี่ยนมาเป็นฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ได้กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า พม่ามีแผนการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์จริง

บทวิเคราะห์
• จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น ซึ่งเป็นข้อมูลของสำนักข่าว DVB ก็ยังต้องรอการยืนยันว่า จะมีความเป็นจริงมากน้อยแค่ไหน เราคงจะต้องฟังหูไว้หูในตอนนี้ แต่ผมก็เกรงว่า ในกรณีพม่าจะเหมือนกับในกรณีอิหร่าน ซึ่งในกรณีของอิหร่านนั้น เรารู้ว่าเป็นที่ถกเถียงกันมาโดยตลอด โดยอิหร่านไม่เคยยอมรับว่าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยอ้างว่าโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นไปเพื่อการพัฒนาพลังงานอย่างสันติ แต่ทางตะวันตกไม่เคยเชื่อ โดยอ้างมาโดยตลอดว่าอิหร่านแอบพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ในกรณีของพม่าก็คงจะต้องจับตาดูกันต่อว่า พัฒนาการในเรื่องนี้จะเป็นไปอย่างไร

• นอกจากนี้ มีความเป็นไปได้ว่า พม่าคงอาจจะคิดเลียนแบบเกาหลีเหนือ โดยรัฐบาลคอมมิวนิสต์เกาหลีเหนือพยายามป้องกันการโจมตีจากสหรัฐ ด้วยการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เพื่อความอยู่รอด พม่าก็คงจะหวาดกลัวการแทรกแซงจากสหรัฐ และอาวุธนิวเคลียร์น่าจะเป็นหลักประกันความอยู่รอดของรัฐบาลทหารได้ดีที่สุด

• ดังนั้น ประเด็นสำคัญคือ จะต้องมีการตรวจสอบค้นหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ โดยจะต้องมีกลไกในการเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งอาจจะเป็น UN โดย IAEA หรืออาจจะเป็น ASEAN เพราะหากพม่าแอบพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์จริง จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต่อไทย ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านติดกับพม่า

• นอกจากนั้น อาเซียนมีสนธิสัญญาที่จะทำให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกว่า Southeast Asia Nuclear Weapon Free Zone Treaty หรือเรียกย่อว่า SEANWFZ ซึ่งหากพม่าแอบพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ จะเป็นการละเมิดสนธิสัญญาดังกล่าว และจะทำให้ภูมิภาคปั่นป่วนไปหมด โดยประเทศต่างๆ อาจจะต้องหันมาพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อเป็นการป้องปรามพม่า ก็จะนำไปสู่การแพร่ขยายของอาวุธนิวเคลียร์ไปทั่วภูมิภาค ซึ่งจะทำให้วุ่นวายกันไปใหญ่ ดังนั้น ไทยและอาเซียนคงจะอยู่เฉยๆ ไม่ได้ คงจะต้องดำเนินการในเรื่องนี้อย่างจริงจังเพื่อให้เกิดความกระจ่างขึ้นให้ได้

ไม่มีความคิดเห็น: