วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2554

10 ปี ของสงครามต่อต้านการก่อการร้าย

10 ปี ของสงครามต่อต้านการก่อการร้าย

ตีพิมพ์ใน สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ ฉบับวันศุกร์ที่ 16-วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน 2554

เมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบ 10 ปี ของเหตุการณ์ 11 กันยาฯ ปี 2001 ในโอกาสการรำลึกเหตุการณ์ดังกล่าว Hillary Clinton รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้กล่าวสุนทรพจน์ ประเมินสถานการณ์สงครามต่อต้านการก่อการร้าย ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และกล่าวถึงยุทธศาสตร์ใหม่ของสหรัฐฯ ที่ Clinton ให้ชื่อว่า “Smart Power Approach to Counterterrorism” คอลัมน์โลกทรรศน์ในวันนี้ จะสรุปและวิเคราะห์สุนทรพจน์ดังกล่าว ดังนี้

10 ปี สงครามต่อต้านการก่อการร้าย

ในสุนทรพจน์ดังกล่าว Clinton ได้ประเมินสงครามต่อต้านการก่อการร้ายในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาว่า ประสบความสำเร็จ โดยประเมินว่า สงครามในอิรักกำลังจะสงบ ส่วนสงครามในอัฟกานิสถานกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ประชาชนหลายล้านคนได้ถูกปลดปล่อยจากอำนาจเผด็จการและลัทธิหัวรุนแรง การเสียชีวิตของ Osama Bin Laden ได้ทำให้ al-Qaeda กำลังจะประสบกับความพ่ายแพ้ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สหรัฐฯได้จับกุมและสังหารผู้ก่อการร้ายเป็นจำนวนมาก รวมทั้งได้ทำลายเครือข่าย แผนการก่อวินาศกรรม และป้องกันไม่ให้ผู้ก่อการร้ายมีอาวุธร้ายแรงอยู่ในครอบครอง
นอกจากการใช้กำลังในการปราบปรามผู้ก่อการร้ายแล้ว สหรัฐฯได้ใช้เครื่องมือการบังคับใช้กฎหมาย โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีการจับกุมผู้ก่อการร้ายถึง 120,000 คน และศาลตัดสินลงโทษไปแล้วถึง 35,000 คน การบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ทำให้องค์กร al-Qaeda อ่อนกำลังลงไปมาก
อย่างไรก็ตาม Clinton ยอมรับว่า แม้ว่าจะได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่คงจะไม่มีคำว่า ความมั่นคงที่สมบูรณ์ หรือ perfect security โดยแม้ว่าสหรัฐฯจะได้ทำให้ al-Qaeda อ่อนกำลังลงไปมาก แต่ al-Qaeda ก็ได้ปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ใหม่ โดยได้ทำให้การก่อการร้ายกระจัดกระจายออกไปในภูมิภาคต่างๆทั่วโลก ในลักษณะของเครือข่าย สาขา และองค์กรก่อการร้ายร่วมอุดมการณ์

ยุทธศาสตร์การต่อต้านการก่อการร้ายใหม่

ดังนั้น Clinton จึงประกาศว่า จำเป็นที่จะต้องมียุทธศาสตร์การต่อต้านการก่อการร้ายในรูปแบบใหม่ โดยเมื่อเร็วๆนี้ ได้มีการเผยแพร่ยุทธศาสตร์ใหม่ที่มีชื่อว่า National Strategy for Counterterrorism ซึ่งเป็นการผสมผสานเครื่องมือต่างๆ คือ เครื่องมือการใช้กำลังในการกำจัดกลุ่มก่อการร้าย มาตรการตัดเส้นทางการเงิน สมาชิกใหม่ และแหล่งซ่องสุม รวมทั้งการทำสงครามอุดมการณ์ ต่อต้านการโฆษณาชวนเชื่อ และสร้างหุ้นส่วนระหว่างประทเศ ทั้งกับรัฐบาล และกับประชาสังคม
และเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว จำเป็นต้องใช้อำนาจ ที่ Clinton เรียกว่า smart power ซึ่งผสมผสานระหว่างเครื่องมือทางการทูต การให้ความช่วยเหลือในการพัฒนา ร่วมกับการใช้กำลังทางทหาร

สำหรับมาตรการทางด้านการเงินนั้น สหรัฐฯได้ร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในการออกกฎหมายเพื่อทำลายเครือข่ายทางการเงินของกลุ่มก่อการร้าย

และที่สำคัญกว่าเรื่องเงิน คือ การแสวงหาสมาชิกใหม่ของ al-Qaeda ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา al-Qaeda และองค์กรแนวร่วม ได้แสวงหาสมาชิกใหม่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น รัฐบาลสหรัฐฯ จึงได้จัดตั้ง Center for Strategic Counterterrorism Communications ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการต่อสู้กับโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มก่อการร้าย และป้องกันไม่ให้กลุ่มก่อการร้ายมีสมาชิกเพิ่ม

สำหรับเครื่องมือการให้ความช่วยเหลือในการพัฒนานั้น สหรัฐฯมีองค์กร USAID ซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานในโครงการให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนา โครงการเหล่านี้ จะยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และเพิ่มความเชื่อมั่นในชุมชนท้องถิ่น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ จะช่วยลดกระแสความนิยมของแนวคิดหัวรุนแรงได้

นอกจากนี้ ในขณะที่ภัยของ al-Qaeda มีลักษณะกระจัดกระจาย ดังนั้น สหรัฐฯจึงต้องสร้างเครือข่ายกับรัฐบาลและชุมชนของประเทศต่างๆ ซึ่งจะมีลักษณะของการสร้างเครือข่ายต่อต้านการก่อการร้ายระหว่างประเทศ (international counterterrorism network) โดยสหรัฐฯได้ดำเนินนโยบายทางการทูตในเชิงรุก เพื่อเพิ่มความร่วมมือในการต่อต้านการก่อการร้าย ทั้งในระดับพหุภาคี และทวิภาคี
ในตอนท้ายของสุนทรพจน์ Clinton ได้บอกว่า ในอดีต ไม่มีเวทีหารือต่อต้านการก่อการร้ายในระดับโลก สหรัฐฯจึงกำลังจะจัดตั้งเวทีหารือดังกล่าวขึ้น โดยจะเชิญพันธมิตร มหาอำนาจใหม่ และประเทศมุสลิมทั่วโลก และจะมีสหรัฐฯกับตุรกี เป็นประธานร่วมสำหรับการประชุมครั้งแรก ที่จะมีกว่า 30 ประเทศเข้าร่วมประชุม

บทวิเคราะห์

ที่สรุปข้างต้น เป็นสุนทรพจน์ของ Clinton ซึ่งแน่นอนว่า ต้องมองโลกในแง่ดี และแน่นอนว่า จะต้องบอกว่า สหรัฐฯประสบความสำเร็จในสงครามต่อต้านการก่อการร้าย แต่สำหรับผม กลับประเมินว่า สงครามต่อต้านการก่อการร้ายของสหรัฐฯประสบความล้มเหลว ทั้งนี้ เพราะสงครามที่สหรัฐฯหวังว่า จะประสบชัยชนะ แต่กลับยืดเยื้อ ถึงแม้ว่าจะไม่มีการก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่ในสหรัฐฯ แต่การก่อการร้ายกลับเพิ่มขึ้นทั่วโลก สงครามเพื่อเอาชนะจิตวิญญาณของมุสลิม ก็ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง โดยโลกมุสลิมมองว่า สหรัฐฯ เป็นศัตรูของอิสลาม และ al-Qaeda ได้กลายเป็นอุดมการณ์ ขบวนการที่แพร่ไปทั่วโลกมุสลิม

ขบวนการก่อการร้ายไม่ได้หมดไป แต่เพิ่มจำนวนและแพร่ไปทั่วโลก al-Qaeda มีสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเครือข่ายก่อการร้ายที่เป็นแนวร่วมกับ al-Qaeda ก็เพิ่มขึ้นทั่วโลก

อัฟกานิสถาน เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนในความล้มเหลวของสหรัฐฯในสงครามต่อต้านการก่อการร้าย โดยหลังจากยึดครองอัฟกานิสถานมากว่า 10 ปี แต่ก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้น สถานการณ์กลับทรุดหนักลงเรื่อยๆ โดยนักรบ Taliban ได้ทำสงครามกองโจรต่อสู้กับกองกำลังนาโต้ และได้ยึดครองพื้นที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ความล้มเหลวของสหรัฐฯในสงครามต่อต้านการก่อการร้ายของสหรัฐฯ คือ การที่สหรัฐฯใช้ hard power การที่สหรัฐฯใช้กำลังทางทหารในการแก้ปัญหามากเกินไป ซึ่งทำให้ปัญหากลับทรุดหนักลง สิ่งที่ขาดหายไปจากยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา คือ การใช้ soft power ในการแก้ปัญหา อย่างไรก็ตาม ยุทธศาสตร์ smart power ที่ Clinton เสนอใหม่นั้น ก็เป็นนิมิตหมายที่ดีที่สหรัฐฯจะใช้ soft power มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเสียหายจากการใช้ hard power ในอดีต ได้ทำให้เกิดแผลลึกใหญ่ที่ยากจะสมานแผล ได้ในเวลาอันสั้น ผมจึงมองว่า แม้ว่าสหรัฐฯจะหันกลับมาใช้ soft power หรือ smart power มากขึ้น แต่ก็คงต้อง ใช้เวลาอีกยาวนาน กว่าที่จะแก้ปัญหานี้ได้