วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2555

วิกฤต Eurozone2012 (ตอนที่ 2)


วิกฤต Eurozone2012 (ตอนที่ 2)
ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
ฉบับวันที่ 12 กรกฎาคม 2555

                สถานการณ์และแนวโน้ม

วิกฤตหนี้ของยุโรป โดยเฉพาะประเทศที่ใช้เงินEuro17 ประเทศ ที่เรียกว่า Eurozone นั้น กำลังเข้าขั้นวิกฤต และมีแนวโน้มจะทรุดหนักลงเรื่อยๆ โดยในตอนแรกรัฐบาลที่ประสบภาวะหนี้สิน ได้แก่ กรีซ ไอร์แลนด์ และโปรตุเกส ต่อมา วิกฤตได้ลุกลามเข้าสู่อิตาลีและสเปน ซึ่งเป็นประเทศที่เศรษฐกิจขนาดใหญ่ แม้ว่าจะได้มีการพยายามกอบกู้วิกฤต ทั้งในกรอบของ EU,IMF และ G20 แต่สถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น

                สถานการณ์ล่าสุด แม้ว่าจะได้มีการเลือกตั้งใหม่ที่กรีซและพรรคการเมืองที่สนับสนุนนโยบายรัดเข็มขัดได้รับชัยชนะแล้วก็ตาม แต่ก็ปรากฏว่า วิกฤตได้ลุกลามเข้าสู่สเปนอย่างรวดเร็ว จนทำให้มีการตื่นกลัวกันว่าวิกฤต Eurozoneกำลังจะลุกลามบานปลายกันไปใหญ่ แม้ว่าล่าสุดจะมีความพยายามจัดประชุมสุดยอด EU หลายครั้ง แต่มาตรการกอบกู้วิกฤตก็ยังไม่เพียงพอ ขณะนี้มีแนวคิดแตกออกเป็น 2 แนว แนวคิดหนึ่งเรียกร้องให้มีบูรณาการในยุโรปมากขึ้น แต่อีกแนวคิดหนึ่งต้องการกดดันให้ประเทศที่มีปัญหาเลิกใช้เงิน Euro

                ตัวแสดงสำคัญในการกอบกู้วิกฤต คือ เยอรมนี แต่ชาวเยอรมันก็แตกแยกกัน เพราะถ้าจะเอาจริงๆ เยอรมนีจะต้องลงขันจ่ายเงินเพื่ออัดฉีดเงินช่วยเหลือประเทศที่มีปัญหาเป็นจำนวนเงินมหาศาล ซึ่งชาวเยอรมันบางกลุ่มก็คัดค้านไม่เห็นด้วยกับการที่จะต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนมากเพื่อช่วยประเทศอื่น  นอกจากนี้ เยอรมนีก็รู้ดีว่า อาจจะต้องช่วยทั้งอิตาลี สเปน โปรตุเกส และกรีซ ซึ่งก็คงจะช่วยไม่ไหว

สำหรับฝรั่งเศสก็เป็นตัวแสดงสำคัญอีกประเทศ แต่แม้ว่าประธานาธิบดี Francois Hollande จะได้กล่าวว่า ฝรั่งเศสพร้อมที่จะยืดหยุ่นสำหรับมาตรการรัดเข็มขัดกับประเทศที่มีปัญหา แต่โจทย์สำคัญสำหรับฝรั่งเศส คือ เศรษฐกิจของฝรั่งเศสเองก็เปราะบาง ซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของวิกฤตEurozone ได้

                ผลกระทบ

·       ภาพรวม

วิกฤต Eurozoneที่เกิดขึ้น รวมทั้งสถานการณ์ล่าสุดและแนวโน้มในอนาคต กำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกเป็นอย่างมาก  สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดหุ้นทั่วโลก ทำให้เกิดความวิตกกังวลมากขึ้นเรื่อยๆว่า กำลังจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกครั้งใหม่ โดยยังไม่มีความแน่นอนว่ามาตรการกอบกู้วิกฤตของ EU  จะสามารถกอบกู้วิกฤตได้หรือไม่ ดังนั้นโอกาสที่วิกฤตจะลุกลามบานปลายจนกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจโลกครั้งใหญ่ก็อาจเป็นไปได้ โดยเฉพาะถ้าเกิดการล่มสลายของ Eurozoneก็จะทำให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำหรือ great depression คือสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหม่ที่รุนแรงมากที่สุดในรอบ 70 ปี

·       ผลกระทบต่อมหาอำนาจเศรษฐกิจ

วิกฤต Eurozoneจะส่งผลกระทบต่อวิกฤตเศรษฐกิจโลกทั้งทางตรงและทางอ้อม สำหรับทางอ้อมคือจะไปกระทบต่อเศรษฐกิจของมหาอำนาจ ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจโลก

โดยเฉพาะสำหรับสหรัฐนั้น แม้ว่าสหรัฐจะส่งออกไป Eurozoneคิดเป็นเพียง1-2% ของ GDP แต่ธนาคารสหรัฐก็ทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารยุโรป จึงอาจได้รับผลกระทบ นอกจากนี้บรรษัทข้ามชาติใหญ่ๆของสหรัฐก็เข้าไปลงทุนในยุโรปเป็นจำนวนมหาศาล วิกฤตเศรษฐกิจยุโรปจะกระทบต่อการลงทุนของสหรัฐและต่อมูลค่าหุ้นของสหรัฐ ด้วย

สำหรับมหาอำนาจเศรษฐกิจอีกประเทศ คือ จีน ก็คงจะได้รับผลกระทบ ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดได้ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจจีนกำลังชะลอตัวลงEU นำเข้าสินค้าจากจีนคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 5 ของการส่งออกทั้งหมดของจีน

สำหรับอินเดีย นั้น พึ่งพาการส่งออกน้อยกว่าจีน โดยการส่งออกของอินเดียคิดเป็น 22% ของ GDP ในขณะที่จีนมีสัดส่วนถึง 30% ดังนั้นผลกระทบจากวิกฤตEurozoneต่ออินเดียจึงมีไม่มากนัก

สำหรับมหาอำนาจเศรษฐกิจเกิดใหม่ อาทิ บราซิล รัสเซีย ประเทศเหล่านี้พึ่งพาการส่งออกวัตถุดิบ โดยยุโรปเป็นผู้บริโภครายสำคัญ ปัญหาคือวิกฤต Eurozoneทำให้ราคาสินค้าเหล่านี้ตกต่ำลง ซึ่งก็ได้เห็นแล้วจากราคาน้ำมันที่ลดลงเรื่อยๆ โดยจะทำให้ประเทศเหล่านี้ได้รับผลกระทบจากการที่รายได้จากการส่งออกลดลง

·       ผลกระทบต่อไทย

สำหรับประเทศไทย นั้น หากวิกฤต Eurozoneบานปลายก็จะส่งผลกระทบต่อไทยอย่างรุนแรงทั้งทางด้านการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว

ในด้านการค้า EU มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก คือประมาณ 27% ของเศรษฐกิจโลกEurozoneเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย สัดส่วนของตลาดตะวันตกคิดเป็น 30% ของการส่งออกของไทย ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ค่อนข้างมากว่า การส่งออกของไทยในปีนี้จะหดตัวลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากวิกฤตลุกลามบานปลายจนกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจโลก

                สำหรับผลกระทบทางด้านการลงทุน ประเทศยุโรปเป็นประเทศที่มาลงทุนในลำดับต้นๆของไทย หากวิกฤตบานปลายนักลงทุนยุโรปก็จะลดการลงทุนในไทยลง รวมทั้งตลาดหุ้นและตลาดการเงินด้วย

                กล่าวโดยสรุปจะเห็นได้ว่า วิกฤต Eurozoneยังคงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะหากเกิด worst-case scenario คือวิกฤตลุกลามบานปลายจนกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจโลกก็จะส่งผลกระทบต่อไทยเป็นอย่างมาก เราจึงควรต้องติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดว่าจะมีแนวโน้มไปในทิศทางใด และคงจะต้องรีบเตรียมรับมือ หากวิกฤตรลุกลามบานปลาย

 

ไม่มีความคิดเห็น: