วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2554

การก่อการร้ายในยุคหลัง Bin Laden (ตอนที่ 1)

การก่อการร้ายในยุคหลัง Bin Laden (ตอนที่ 1)

ตีพิมพ์ใน สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ ฉบับวันศุกร์ที่ 13 – วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม 2554

เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่แล้ว ได้มีข่าวสำคัญ คือ Osama Bin Laden ได้ถูกสังหารที่เมือง Abbottabad ใกล้กรุง Islamabad ประเทศปากีสถาน การเสียชีวิตของ Bin Laden ได้นำสู่คำถามสำคัญ คือ หลังจากนี้ไป สถานการณ์การก่อการร้ายสากลจะเป็นอย่างไร คอลัมน์โลกทรรศน์ในวันนี้ จะวิเคราะห์สถานการณ์ดังกล่าว ดังนี้

ภูมิหลัง

Osama Bin Laden ได้กลายเป็นข่าวดังไปทั่งโลก หลังจากเกิดเหตุการณ์ 11 กันยาฯ ปี 2001 โดยรัฐบาล Bush อ้างว่า Bin Laden ซึ่งเป็นผู้นำขององค์กร al-Qaeda เป็นผู้วางแผนในการก่อวินาศกรรมในวันที่ 11 กันยายน 2001 หลังจากนั้น รัฐบาล Bush ได้ส่งทหารบุกอัฟกานิสถาน เพื่อล้มระบอบ Taliban และทำลาย al-Qaeda และสังหาร Bin Laden แต่สิ่งที่สหรัฐฯทำได้แค่เพียง ล้มระบอบ Taliban ได้เท่านั้น Bin Laden ได้หายตัวไป เครือข่าย al-Qaeda ก็กระจัดกระจายไปตามที่ต่างๆทั่วโลก

หลังจากนั้น สหรัฐฯทำสงครามต่อต้านการก่อการร้ายมาเป็นเวลาเกือบ 10 ปีแล้ว แต่สงครามกลับยืดเยื้อ กลับกลายเป็นว่า ยิ่งปราบ ยิ่งเพิ่ม ถึงแม้จะไม่มีการก่อวินาศกรรมภายในสหรัฐฯครั้งใหญ่ ตั้งแต่เหตุการณ์ 11 กันยาฯ ก็ตาม แต่นอกประเทศสหรัฐฯ การก่อการร้ายกลับเพิ่มมากขึ้นทั่วโลก

สงครามอุดมการณ์เพื่อที่จะชนะจิตวิญญาณของชาวมุสลิม ก็ประสบความล้มเหลว ชาวมุสลิมจำนวนไม่น้อย ได้มองว่าสหรัฐฯ คือศัตรูของอิสลาม และเครือข่าย al-Qaeda ก็ไม่ได้หายไปไหน แต่ได้แปรรูปกระจัดกระจายเป็นหน่วยย่อย หรือที่เรียกว่า cell ไปทั่วโลก แนวคิดของ Bin Laden และ al-Qaeda ก็ได้กลายเป็นอุดมการณ์ที่แพร่ไปทั่วโลกมุสลิม

ปฏิบัติการไล่ล่า Bin Laden ได้ดำเนินมาตลอดเกือบ 10 ปี โดยก่อนหน้านี้ มีข่าวออกมาว่า Bin Laden ได้หลบซ่อนตัวอยู่ในแถบเทือกเขาบริเวณพรมแดนระหว่างปากีสถานและอัฟกานิสถาน แต่ในที่สุด เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้มีข่าวแพร่ไปทั่วโลกว่า Bin Laden ได้ถูกสังหารแล้วโดยหน่วยรบพิเศษของสหรัฐฯ ที่เมือง Abbottabad ใกล้กรุง Islamabad ประเทศปากีสถาน โดย Bin Laden ได้อาศัยอยู่ที่นี่มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว โดยไม่มีใครรู้

ผลกระทบ

คำถามสำคัญ คือ การเสียชีวิตของ Bin Laden จะส่งผลกระทบอย่างไร ต่อสถานการณ์การก่อการร้ายสากล

คำตอบของผม คือ น่าจะส่งผลกระทบในเชิงจิตวิทยาต่อขบวนการก่อการร้าย แต่คงไม่มากนัก และคงเป็นช่วงสั้นๆ ในที่สุด al-Qaeda ก็จะมีผู้นำคนใหม่เกิดขึ้นแทน Bin Laden อย่างไรก็ตาม Bin Laden เป็นคนที่มีบารมี สามารถเป็นแรงดึงดูดผู้คนให้มาเข้าร่วมขบวนการได้ แต่ขณะนี้ ผู้นำคนใหม่ยังไม่น่าจะมีบารมีเท่า Bin Laden จึงอาจจะกระทบบ้างเล็กน้อย ต่อการดึงดูดสมาชิกใหม่

อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวม การเสียชีวิตของ Bin Laden ไม่น่าจะส่งผลกระทบมากนักต่อสถานการณ์การก่อการร้ายสากล ที่แน่ๆ คือ ยังไม่ใช่จุดจบของการก่อการร้าย ผมมองว่า การก่อการร้าย และการก่อวินาศกรรมยังคงจะอยู่กับเราไปอีกนาน เพราะขณะนี้ ขบวนการก่อการร้ายได้กระจายไปทั่วโลก ซึ่งมีลักษณะเป็นองค์กรย่อยๆอยู่มากมาย ซึ่งองค์กรเหล่านี้ มีจุดร่วม คือ มีอุดมการณ์ร่วมกัน ที่เป็นอุดมการณ์มุสลิมหัวรุนแรง ที่มีเป้าหมายตรงกัน คือ การขจัดอิทธิพลตะวันตกให้ออกไปจากโลกมุสลิม และจัดตั้งรัฐอิสลามขึ้น

ผลกระทบอีกประการ น่าจะเป็นความพยายามในการแก้แค้น ซึ่งอาจจะนำไปสู่การก่อวินาศกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปีนี้ เป็นปีครบรอบ 10 ปี ของเหตุการณ์ 11 กันยาฯ จึงมีความเป็นไปได้ที่จะมีความพยายามก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่ เพื่อฉลองครบรอบ 10 ปี และเพื่อล้างแค้นให้กับ Bin Laden

แนวโน้ม

สำหรับสถานการณ์การก่อการร้ายในอนาคต อาจวิเคราะห์ได้เป็น 5 มิติด้วยกัน ดังนี้

• มิติที่ 1 : al-Qaeda

มิติที่ 1 คือ องค์กร al-Qaeda ดั้งเดิมที่เป็นแกนกลางของการก่อการร้าย ในอดีตนำโดย Bin Laden แม้จะอ่อนแอลง เพราะสหรัฐฯพยายามไล่ล่ามาโดยตลอดเกือบ 10 ปี แต่ al-Qaeda ก็ได้ปรับองค์กรจากการรวมศูนย์เป็นการกระจายตัว โดยขณะนี้ มีสาขาย่อยมากมายทั่วโลก มีลักษณะเป็น franchise หรือสาขา โดยแต่ละสาขา มีอำนาจตัดสินใจในการก่อวินาศกรรมได้เอง โดยไม่ต้องฟังคำสั่งจากสำนักงานใหญ่ ยุทธศาสตร์การกระจายตัวของ al-Qaeda ลงมาถึงขั้นที่เรียกว่า “one man one bomb” คือ ปฏิบัติการอาจใช้แค่คนๆเดียว และระเบิดลูกเดียว นอกจากนี้ al-Qaeda มีองค์กรแนวร่วมอีกมากมาย ที่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือในการฝึกคนที่พร้อมจะเข้าร่วมอุดมการณ์ โดยเฉพาะในปากีสถาน และอัฟกานิสถาน ซึ่งองค์กรเหล่านี้ ผมจะขยายความในหัวข้อถัดไป

การกระจายตัว และการขยายของสาขาย่อย หรือ cell ของ al-Qaeda ได้กระจาย ขยายตัวไปทั่วโลก ทั้งในทวีปเอเชีย อัฟริกา และแม้กระทั่งในยุโรป และอเมริกา

ในยุโรป มี Hamburg cell ที่เป็นกลุ่มก่อวินาศกรรมในเหตุการณ์ 11 กันยาฯ ในปัจจุบัน เกือบทุกประเทศในยุโรป มี cell ของ al-Qaeda อยู่ มีชาวมุสลิมหลายร้อยคนที่ถือพาสปอร์ต ประเทศยุโรป และเดินทางไปปากีสถานและอัฟกานิสถาน เพื่อฝึกการก่อการร้าย และได้เดินทางกลับยุโรป เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการจับกุมชาวโมร็อกโค 3 คน ในเยอรมนี ที่กำลังวางแผนระเบิดสถานีรถไฟ รัฐบาลเยอรมนี ประกาศว่า มีคนสัญชาติเยอรมันมากกว่า 200 คน ได้รับการฝึกการก่อการร้ายจากอัฟกานิสถานและปากีสถาน สถานการณ์นี้ เกิดขึ้นในประเทศอื่นๆในยุโรป โดยเฉพาะในอังกฤษ สแกนดิเนเวีย ฝรั่งเศส สเปน และอิตาลี เป็นต้น

ดังนั้น ความเป็นไปได้ของการที่จะมีปฏิบัติการระเบิดฆ่าตัวตายในยุโรปและสหรัฐฯ รวมทั้งการระเบิดเป้าหมายต่างๆ ทั้งเป้าหมายทางทหาร รัฐบาล และธุรกิจ ก็มีอยู่สูง

นอกจากนี้ อิทธิพลของ al-Qaeda ในอัฟกานิสถานยังมีอยู่มาก และสถานการณ์การก่อการร้าย มีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้น

เช่นเดียวกับในปากีสถาน ที่มีความร่วมมือกันระหว่าง al-Qaeda และ Taliban ในการก่อวินาศกรรมในปากีสถานเพื่อล้างแค้นให้กับ Bin Laden

และในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในโลกอาหรับ ขณะนี้ มีแนวโน้มการเดินขบวนต่อต้านรัฐบาลเผด็จการ ซึ่ง al-Qaeda ก็กำลังรอจังหวะสภาวะสุญญากาศแห่งอำนาจ และอาจฉวยโอกาสจากสภาวะดังกล่าว ยึดอำนาจรัฐ ทั้งใน ตูนีเซีย อียิปต์ ซีเรีย ลิเบีย และประเทศในอ่าวเปอร์เซีย

(โปรดติดตามอ่านตอนจบ ในคอลัมน์โลกทรรศน์สัปดาห์หน้า)

* อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หนังสือของผม เรื่อง การก่อการร้ายสากล ตีพิมพ์โดย สถาบันพระปกเกล้า ปี 2550

ไม่มีความคิดเห็น: