วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2552

Bill Clinton กับวิกฤตเกาหลีเหนือ

ลงใน สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์
วันศุกร์ที่ 14 - วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม 2552

Bill Clinton กับวิกฤตเกาหลีเหนือ

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ได้มีข่าวคึกโครมไปทั่วโลก จากการเดินทางไปเยือนเกาหลีเหนือ ของอดีตประธานาธิบดี Bill Clinton โดยการไปครั้งนี้ เพื่อไปเจรจากับผู้นำเกาหลีเหนือ เพื่อขอให้ปล่อยตัวนักข่าวอเมริกัน 2 คน ที่ถูกจับไปตั้งแต่เดือนมีนาคม ในขณะที่กำลังทำข่าวอยู่ตรงพรมแดนระหว่างเกาหลีเหนือกับจีน ต่อมา นักข่าวทั้ง 2 คนได้ถูกตัดสินจำคุกถึง 12 ปีในข้อหาที่เข้ามาในเกาหลีเหนือโดยผิดกฎหมาย ทางรัฐบาลสหรัฐได้เจรจาต่อรองมานาน จนในที่สุด ได้มีเงื่อนไขมาจากทางเกาหลีเหนือ ให้ Bill Clinton เดินทางไปพบ Kim Jong Il ผู้นำเกาหลีเหนือ หลังจากที่ Bill Clinton ได้เดินทางไปเกาหลีเหนือ และได้หารือกับ Kim Jong Il เป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง และได้ร่วมรับประทานอาหารกับผู้นำเกาหลีเหนือเป็นเวลา 2 ชั่วโมง หลังจากนั้น ทางเกาหลีเหนือจึงได้ปล่อยตัวนักข่าวทั้ง 2 คนเดินทางกลับสหรัฐพร้อม Bill Clinton

ไม่มีใครรู้แน่ว่า Bill Clinton ได้หารือกับผู้นำเกาหลีเหนือในเรื่องอะไรบ้าง โดยเฉพาะในเรื่องวิกฤตนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ซึ่งหากมีการคุยกันในเรื่องนี้ ก็เป็นไปได้ว่า Bill Clinton คงจะเรียกร้องให้เกาหลีเหนือ หันกลับมาเจรจาในกรอบการประชุม 6 ฝ่าย สำหรับในเรื่องการเจรจา 2 ฝ่าย ระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือนั้น ยังไม่มีอะไรชัดเจน แต่ในอดีต สหรัฐปฏิเสธมาโดยตลอด โดยเหตุผลอันหนึ่งที่ปฏิเสธการเจรจา 2 ฝ่ายกับเกาหลีเหนือคือ การที่เกาหลีเหนือมีประวัติที่ละเมิดข้อตกลงมาโดยตลอด ตัวอย่างเช่นในปี 1994 ได้มีข้อตกลง 2 ฝ่ายระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือ ที่เรียกว่า Framework Agreement ที่ให้เกาหลีเหนือยุติการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ แต่ในที่สุด ก็ได้ค้นพบว่า เกาหลีเหนือได้แอบพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างลับๆมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายเกาหลีเหนือก็ได้ประโคมข่าวการเยือนเกาหลีเหนือของ Bill Clinton อย่างเต็มที่ โดยสำนักข่าวของเกาหลีเหนือได้รายงานข่าวว่า Bill Clinton กับผู้นำเกาหลีเหนือ ได้มีการหารือกัน โดยเฉพาะในประเด็นปัญหาเกาหลีเหนือกับสหรัฐ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความจริงใจ และทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องที่จะต้องหาหนทางการเจรจาเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ระหว่างประเทศทั้งสอง

ท่าทีของรัฐบาล Obama
ต่อมา ภายหลังจากที่ Bill Clinton ได้เดินทางกลับสหรัฐพร้อมนักข่าวทั้ง 2 คน รัฐบาล Obama ก็ได้พยายามส่งสัญญาณไปยังเกาหลีเหนือว่า ท่าทีของสหรัฐไม่เปลี่ยนแปลง
โดยประธานาธิบดี Obama ได้แสดงความยินดีต่อการกลับมาของนักข่าวทั้ง 2 แต่ก็ได้กล่าวว่า ภารกิจของ Bill Clinton ในครั้งนี้ จะไม่ส่งผลต่อข้อเรียกร้องของสหรัฐและพันธมิตร ที่ต้องการให้เกาหลีเหนือปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หากเกาหลีเหนือต้องการพ้นจากสภาพการถูกโดดเดี่ยว

เจ้าหน้าที่สหรัฐได้กล่าวย้ำว่า สหรัฐไม่มีแผนที่จะเปลี่ยนยุทธศาสตร์ในการเจรจากับเกาหลีเหนือ ซึ่งจะยังคงเน้นมาตรการคว่ำบาตรอย่างเข้มข้น และเรียกร้องให้เกาหลีเหนือกลับสู่โต๊ะเจรจา 6 ฝ่าย ทั้งนี้บนเงื่อนไขที่ว่า เกาหลีเหนือจะต้องยอมยุติโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของตน
ต่อมานาง Hillary Clinton รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ได้ตอกย้ำจุดยืนของประธานาธิบดี Obama โดยทางสหรัฐจะไม่ยอมให้ผู้นำเกาหลีเหนือ ใช้โอกาสจากการเยือนเกาหลีเหนือของ Bill Clinton ในการสร้างความได้เปรียบในการเจรจากับสหรัฐ อย่างไรก็ตาม ต่อมาในการให้สัมภาษณ์ CNN Hillary Clinton ดูจะมีท่าทีเปลี่ยนไป โดยกล่าวว่า เป็นไปได้ว่า การเยือนเกาหลีเหนือของ Bill Clinton น่าจะทำให้เกาหลีเหนืออยากจะปรับปรุงความสัมพันธ์กับสหรัฐ

ต่อมา ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของ Obama คือ นายพล Jim Jones ได้ออกมาให้ทรรศนะในเชิงบวกเช่นกัน โดยกล่าวว่า เขาหวังว่า การเยือนเกาหลีเหนือของ Bill Clinton ในครั้งนี้ ในที่สุด อาจจะนำไปสู่ความก้าวหน้าของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือ
อย่างไรก็ตาม สหรัฐดูเหมือนว่าจะพยายามส่งสัญญาณทั้งบวกและลบ โดยโฆษกทำเนียบขาว Robert Gibbs กลับกล่าวในเชิงลบว่า นโยบายของสหรัฐยังไม่เปลี่ยนแปลง และว่าสหรัฐต้องการปฏิบัติตามข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคง ที่จะทำให้แน่ใจได้ว่า เกาหลีเหนือจะไม่แพร่ขยายอาวุธร้ายแรงออกไป
นอกจากนี้ ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล Democrat คือพรรค Republican และกลุ่มอนุรักษ์นิยมที่มีแนวอุดมการณ์สายเหยี่ยว ได้ออกมาโจมตีการไปเยือนเกาหลีเหนือของ Bill Clinton อย่างรุนแรง โดยกล่าวหาว่า การกระทำของ Bill Clinton เท่ากับเป็นการยอมให้กับข้อเรียกร้องของผู้ก่อการร้าย และเท่ากับเป็นการส่งเสริมให้มีการจับตัวชาวอเมริกันเพิ่มขึ้นในอนาคต

แนวโน้ม
อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มว่า ถึงแม้รัฐบาลสหรัฐจะออกมาตอกย้ำนโยบายเดิม แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่า สหรัฐน่าจะกำลังวิเคราะห์ว่า ท่าทีของเกาหลีเหนือกำลังจะเปลี่ยนไปหรือไม่ ซึ่งอาจจะเป็นการเปิดโอกาสให้มีการเจรจาแก้ไขปัญหาวิกฤติเกาหลีเหนือ
นอกจากนี้ ทางรัฐบาลสหรัฐน่าจะกำลังประเมิน จากข้อมูลที่ได้จาก Bill Clinton จากการหารือกับผู้นำเกาหลีเหนือ เพื่อดูว่ามีการส่งสัญญาณทางการทูตอย่างไรบ้างจาก Kim Jong Il และคงจะมีการประเมิน จาก Bill Clinton ด้วยว่า สุขภาพของ Kim Jong Il เป็นอย่างไร เพราะได้มีข่าวออกมาอยู่เรื่อยๆว่า Kim Jong Il กำลังมีปัญหาเรื่องสุขภาพและมีปัญหาเรื่องการสืบทอดอำนาจ

เห็นได้ชัดว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือ มีความเคลื่อนไหวทางการทูตค่อนข้างมาก โดยเฉพาะจากทางสหรัฐ เห็นได้จากตอนที่ Hillary Clinton มาประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่ภูเก็ต Hillary ได้กล่าวเน้นถึงปัญหาเกาหลีเหนือหลายครั้ง ถึงกับมีการโต้คารมกันอย่างดุเดือดกับผู้แทนเกาหลีเหนือในการประชุม ASEAN Regional Forum หรือ ARF ด้วย
แต่ในที่สุด ผมมองว่า กุญแจสำคัญของการแก้วิกฤตเกาหลีเหนือ คือจะต้องมีการเจรจา 2 ฝ่ายระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือ ตามที่เกาหลีเหนือต้องการ คือไม่ใช่มีแต่การเจรจา 6 ฝ่ายเท่านั้น โดยสหรัฐคงจะต้องยอมเจรจาสนธิสัญญาสันติภาพกับเกาหลีเหนือ และสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีเหนือ รวมทั้งให้หลักประกันความมั่นคง คือสหรัฐต้องไม่ขู่ว่าจะโจมตีหรือโค่นรัฐบาลเกาหลีเหนือ แต่ประเด็นที่ยังตกลงกันไม่ได้ในขณะนี้คือ สหรัฐตั้งเงื่อนไขว่า เกาหลีเหนือจะต้องประกาศยุติการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ก่อน แล้วจึงจะค่อยเจรจากัน ในขณะที่เกาหลีเหนือก็บอกว่า จะต้องเจรจากันก่อน ก่อนที่จะไปพูดเรื่องอาวุธนิวเคลียร์