วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ข้อเสนอยุทธศาสตร์ด้านการต่างประเทศของไทยในอนาคต (ตอนจบ)

ข้อเสนอยุทธศาสตร์ด้านการต่างประเทศของไทยในอนาคต (ตอนจบ)

ตีพิมพ์ใน สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ ฉบับวันศุกร์ที่ 15 – วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม 2554

คอลัมน์โลกทรรศน์ตอนที่แล้ว ผมได้นำเสนอ ข้อเสนอยุทธศาสตร์การต่างประเทศของไทยในอนาคต โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ด้านการเมืองความมั่นคงไปแล้ว สำหรับในตอนนี้ จะนำเสนอยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ ดังนี้

ยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ

สำหรับยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศของไทยนั้น ก็เช่นเดียวกับยุทธศาสตร์ด้านการเมืองความมั่นคง คือ จะมียุทธศาสตร์ 3 ระดับ ยุทธศาสตร์ในระดับโลก ยุทธศาสตร์ในระดับภูมิภาค และยุทธศาสตร์ในระดับทวิภาคี

• ยุทธศาสตร์ในระดับโลก

สำหรับยุทธศาสตร์ในระดับโลกนั้น ก่อนที่จะกำหนดยุทธศาสตร์ดังกล่าว จำเป็นต้องวิเคราะห์สภาวะแวดล้อมทางด้านเศรษฐกิจโลกก่อน คือ ต้องวิเคราะห์ระบบเศรษฐกิจโลกในอนาคต ซึ่งมีแนวโน้มชัดเจนว่า กำลังวิวัฒนาการไปสู่ระบบหลายขั้วอำนาจ ในอดีต สหรัฐฯและตะวันตกครอบงำเศรษฐกิจโลก แต่ในอนาคต การผงาดขึ้นมาของมหาอำนาจเศรษฐกิจใหม่ จะทำให้ระบบเศรษฐกิจโลกเป็นระบบหลายขั้วอำนาจมากขึ้น

สำหรับระบบการค้าโลก หลังความล้มเหลวของการเจรจา WTO รอบโดฮา เห็นแนวโน้มชัดเจนว่า ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มประเทศรวยกับกลุ่มประเทศยากจน จะเป็นตัวแปรหลักกำหนดระบบการค้าโลกในอนาคต สำหรับระบบการเงินโลก ก็มีปัญหาการขาดเสถียรภาพ และแม้ว่าตะวันตกจะครอบงำระบบการเงินโลกในปัจจุบัน แต่ในอนาคต มหาอำนาจใหม่และกลุ่มประเทศยากจน จะพยายามเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ในอนาคต ความขัดแย้งเหนือ-ใต้ จะเป็นความขัดแย้งหลักในระบบเศรษฐกิจโลก

จากแนวโน้มสภาวะแวดล้อมดังกล่าว ไทยจะต้องมียุทธศาสตร์ระยะยาว ที่รองรับต่อระบบเศรษฐกิจโลก และปัญหาเศรษฐกิจโลกในอนาคต โดยยุทธศาสตร์หลักๆของไทย ควรมีดังนี้

- ไทยจะต้องมียุทธศาสตร์รองรับระบบเศรษฐกิจโลก ที่จะมีลักษณะเป็นระบบหลายขั้วอำนาจมากขึ้น
- ไทยจะต้องมียุทธศาสตร์ในการเข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนให้ระบบเศรษฐกิจโลกมีเสถียรภาพและมีความรุ่งเรือง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อไทย
- ไทยจะต้องมียุทธศาสตร์ในการเข้าไปมีส่วนร่วมทำให้ระบบการค้าโลก มีการเปิดเสรี โดยเฉพาะการเพิ่มบทบาทของไทยใน WTO ซึ่งในอดีต บทบาทของไทยมีน้อยมาก โดยไทยจะต้องสร้างกลุ่มแนวร่วมเพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรอง ที่ผ่านมา อาเซียนก็ไม่เคยมีท่าทีร่วมใน WTO ไทยจึงควรผลักดันอย่างจริงจังในการประสานท่าทีร่วมกันกับประเทศอาเซียน และใช้อาเซียนเป็นกลไกหลักในการเจรจาของไทยในกรอบ WTO ไทยเคยเข้าร่วมกลุ่ม G20 และกลุ่ม Cairns Group แต่ก็ไม่ค่อยได้ประโยชน์ ดังนั้น จะต้องมีการปฏิรูปยุทธศาสตร์ไทยต่อ WTO เพื่อให้เป็นยุทธศาสตร์ในเชิงรุก ในอดีต ไทยมียุทธศาสตร์ในเชิงตั้งรับมาโดยตลอด
- ไทยจะต้องกำหนดยุทธศาสตร์และจุดยืน ต่อความขัดแย้งเหนือ-ใต้ ในเวทีเศรษฐกิจโลกต่างๆ อาทิ WTO และ IMF ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งที่จะรุนแรงมากขึ้น ระหว่างกลุ่มประเทศรวยกับกลุ่มประเทศยากจน
- ไทยจะต้องมียุทธศาสตร์เข้าไปมีส่วนร่วม ทำให้ระบบการเงินโลกมีเสถียรภาพ และมีประโยชน์ต่อไทย อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดของไทย คือ การที่ไทยไม่ได้เป็นสมาชิก G20 ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการจัดการระบบการเงินโลก แม้ว่า ตอนที่ไทยเป็นประธานอาเซียน ปี 2009 ไทยได้รับเชิญเข้าร่วมประชุม G20 ในฐานะตัวแทนอาเซียน แต่บทบาทไทยก็ไม่ได้โดดเด่นอะไร ท่าทีที่เป็นไปได้ขณะนี้ คือ ไทยควรสนับสนุนให้อาเซียนมีที่นั่งและได้รับการเชิญเข้าร่วมประชุม G20 ทุกครั้ง
- ไทยควรมีการกำหนดยุทธศาสตร์เข้าไปมีส่วนร่วมในการลดความขัดแย้งและช่องว่างระหว่างประเทศรวยกับประเทศยากจน
- ไทยควรมียุทธศาสตร์เพิ่มบทบาทไทยในเวทีและองค์กรเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะ WTO IMF ธนาคารโลก G20 และ OECD เป็นต้น นอกจากนี้ UN ก็มีหลายองค์กรที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจโลก อาทิ UNCTAD UNDP และ UNIDO เป็นต้น ซึ่งในอดีต ไทยไม่ได้มีบทบาทในเวทีเศรษฐกิจโลกเหล่านี้เลย ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเพิ่มบทบาทและมีนโยบายในเชิงรุกในเวทีเหล่านี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า เลขาธิการ UNCTAD คนปัจจุบัน คือ ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ (ซึ่งเคยเป็นผู้อำนวยการ WTO ด้วย) แต่ไทยก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากคนของไทยในเวทีเหล่านี้
- ไทยควรมียุทธศาสตร์เพื่อรองรับการผงาดขึ้นมาของเอเชีย มีแนวโน้มชัดเจนว่า ในอนาคต ศูนย์กลางเศรษฐกิจของโลกจะย้ายฐานจากตะวันตกมาตะวันออก มาเอเชีย ไทยจะต้องรีบกำหนดยุทธศาสตร์ในการเป็นส่วนหนึ่งของการผงาดขึ้นมาของเอเชีย

• ยุทธศาสตร์ในระดับภูมิภาค

สำหรับสภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียนั้น แนวโน้มสำคัญ คือ พัฒนาการของสถาปัตยกรรมทางเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยเฉพาะการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2015 ซึ่งจะทำให้อาเซียนผงาดขึ้นมา และเป็นแกนกลางของสถาปัตยกรรมในภูมิภาคได้ อย่างไรก็ตาม อาเซียนจะประสบกับมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ และเวทีเศรษฐกิจอื่นๆที่จะเป็นคู่แข่งของอาเซียนในอนาคต โดยเวทีเศรษฐกิจที่เป็นคู่แข่งสำคัญของอาเซียน คือ เอเปค และมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ สหรัฐฯ ก็กำลังมีแผนที่จะจัดตั้ง FTA ใหม่ ที่มีชื่อว่า Trans-Pacific Partnership หรือ TPP เพื่อมาแข่งกับ FTA ของอาเซียน

จากสภาวะแวดล้อมและแนวโน้มเศรษฐกิจในภูมิภาคในอนาคตดังกล่าวข้างต้น ไทยจะต้องกำหนดยุทธศาสตร์ ดังนี้

- ไทยจะต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนต่อสถาปัตยกรรมทางเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยไทยจะต้องมียุทธศาสตร์ในลักษณะ grand strategy ว่า เราจะให้น้ำหนักอย่างไรต่อเวทีเศรษฐกิจต่างๆในภูมิภาค ซึ่งมีทั้งเอเปค TPP อาเซียน+3 EAS และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่ผ่านมา ไทยก็ไม่มียุทธศาสตร์ในลักษณะนี้ โดยสิ่งที่ไทยทำมาโดยตลอด คือ โดดเข้าร่วมทุกเวที โดยไม่ได้มีการมองถึงยุทธศาสตร์ใหญ่ และผลกระทบในภาพใหญ่แต่อย่างใด ตัวอย่างเช่น การโดดเข้าร่วมสนับสนุน เอเปค หรือเข้าร่วม TPP อาจส่งผลกระทบต่ออาเซียน ทำให้อาเซียนอ่อนแอลงได้
- ผมมองว่า ยุทธศาสตร์หลักของไทย จะต้องเน้นที่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ดังนั้น ไทยจะต้องมียุทธศาสตร์ในการมีบทบาทนำการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
- ไทยจะต้องมียุทธศาสตร์ที่จะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในภูมิภาคและอนุภูมิภาค โดยไทยจะต้องเน้นการเป็นผู้นำในภูมิภาคโดยใช้อาเซียนเป็นกลไกสำคัญ
- ไทยจะต้องมียุทธศาสตร์ในการเป็นผู้นำในอนุภูมิภาค โดยจะต้องมีการสานต่อกรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคต่างๆ ทั้งที่มีอยู่แล้ว อาทิ GMS ACMECS BIMSTEC รวมทั้งในอนาคต อาจจะมีการจัดตั้งกรอบความร่วมมือใหม่เพิ่มขึ้นมาด้วย

• ยุทธศาสตร์ในระดับทวิภาคี

สำหรับสภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจระดับทวิภาคีของไทย มิติแรก คือ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งยังคงมีความไม่แน่นอน เพราะหากในอนาคต ความสัมพันธ์ในภาพรวมไม่ดี จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ส่วนมิติที่ 2 คือ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับมหาอำนาจ ซึ่งไม่น่าห่วง เพราะแนวโน้มความสัมพันธ์ไทยกับมหาอำนาจน่าจะดี ส่วนมิติที่ 3 คือ ความสัมพันธ์กับมหาอำนาจเศรษฐกิจใหม่ อาทิ เม็กซิโก บราซิล อาร์เจนตินา ตุรกี อัฟริกาใต้ และเกาหลีใต้

จากสภาวะแวดล้อมในระดับทวิภาคีดังกล่าว ไทยจะต้องมียุทธศาสตร์ ดังนี้

- ไทยจะต้องมียุทธศาสตร์กระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่มีลำดับความสำคัญเป็นอันดับแรก ซึ่งก็ต้องเชื่อมกับยุทธศาสตร์สร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านในภาพรวมด้วย
- ไทยจะต้องมียุทธศาสตร์กระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยเฉพาะกับ จีน ญี่ปุ่น อินเดีย และสหรัฐฯ
- ไทยจะต้องมียุทธศาสตร์ปฏิสัมพันธ์กับมหาอำนาจทางเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งมีหลายประเทศ หลายภูมิภาคทั่วโลก ทั้งใน ละตินอเมริกา อัฟริกา ตะวันออกกลาง และเอเชีย