วันจันทร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2555

วิกฤตนิวเคลียร์อิหร่าน 2012

วิกฤตนิวเคลียร์อิหร่าน 2012

ตีพิมพ์ใน สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ ฉบับวันศุกร์ที่ 20 – วันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม 2555

ภูมิหลัง

วิกฤตนิวเคลียร์อิหร่านยืดเยื้อมานานหลายปี โดยตะวันตกได้กล่าวหาอิหร่านมาตลอดว่า แอบพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แต่อิหร่านก็ปฏิเสธมาโดยตลอด

แต่เมื่อปีที่แล้ว เป็นครั้งแรกที่ IAEA ออกมาประกาศว่า มีหลักฐานว่า อิหร่านกำลังแอบพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ทำให้สถานการณ์ระหว่างอิหร่านกับตะวันตก โดยเฉพาะกับสหรัฐฯ ตึงเครียดขึ้นมาก

และเมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา IAEA ได้ยืนยันว่า อิหร่านกำลังเดินหน้าเสริมสร้างสมรรถนะภาพแร่ยูเรเนียมถึง 20% ในโรงงานนิวเคลียร์ใต้ดินใกล้เมือง Qom นักวิทยาศาสตร์ตะวันตกวิเคราะห์ว่า หากอิหร่านสามารถเสริมสร้างสมรรถนะภาพแร่ยูเรเนียมได้ถึง 20% อิหร่านจะสามารถสร้างอาวุธนิวเคลียร์ได้ภายใน 2-6 เดือน

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลสหรัฐฯเพิ่งได้ประกาศกฎหมายมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านล่าสุด โดยรวมถึงการคว่ำบาตรธนาคารกลางของอิหร่านด้วย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันของอิหร่านเป็นอย่างมาก

สำหรับมาตรการตอบโต้ของอิหร่านนั้น ในช่วงต้นเดือนมกราคม อิหร่านได้ขู่ว่า จะปิดช่องแคบ Hormuz เพื่อเป็นการตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรของตะวันตก

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ โดยล่าสุด อิหร่านตัดสินประหารชีวิตชาวอเมริกันเชื้อสายอิหร่าน ซึ่งถูกกล่าวหาว่า เป็นสายลับ CIA และต่อมา ได้มีการลอบสังหารนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งอิหร่านก็กล่าวหาว่า น่าจะเป็นฝีมือของสหรัฐฯ หรืออิสราเอล

บทบาทของสหรัฐฯ

สำหรับในสหรัฐฯ เรื่องอิหร่านกลายเป็นประเด็นร้อนที่มีการถกเถียงกันอย่างมาก ในหมู่นักการเมือง ทั้งจากพรรครีพับลิกันและเดโมแครต โดยเฉพาะในปีนี้ เป็นปีที่จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันหลายคน ออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันในเรื่องนโยบายต่ออิหร่าน โดยได้โจมตีประธานาธิบดี Obama ว่า ประสบความล้มเหลวในนโยบายต่ออิหร่าน และมีนโยบายที่อ่อนข้อให้อิหร่านมากเกินไป Mitt Romney ตัวเต็งอันดับ 1 ที่จะมาแข่งกับ Obama ประกาศกร้าวว่า อิหร่านคือภัยคุกคามอันดับ 1 ของสหรัฐฯ และโจมตี Obama ว่า ล้มเหลวที่จะเข้าใจถึงอันตรายดังกล่าว เช่นเดียวกับ Newt Gingrich ก็ได้กล่าวว่า หากเขาได้เป็นประธานาธิบดี ก็จะดำเนินนโยบายในการโค่นล้มรัฐบาลอิหร่าน

สำหรับในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา Obama ได้พยายามทุกวิถีทางที่จะแก้ไขปัญหานิวเคลียร์อิหร่าน ในตอนแรก ได้ประกาศจะปฏิสัมพันธ์และเจรจากับอิหร่าน แต่อิหร่านก็ไม่เล่นด้วย ต่อมา Obama หันกลับมาใช้ไม้แข็งมากขึ้น ด้วยมาตรการคว่ำบาตรด้วยรูปแบบต่างๆ แต่ก็ไม่ได้ผล อิหร่านยังคงเดินหน้าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ต่อ

เมื่อเร็วๆนี้ รัฐมนตรีคลัง Timonthy Geithner ได้เดินทางไปจีนและญี่ปุ่น เพื่อให้ทั้ง 2 ประเทศ ลดหรือยุติการซื้อน้ำมันจากอิหร่าน แต่ดูเหมือนกับว่า จีนคงไม่ยอมทำตามสหรัฐฯ เพราะอิหร่านเป็นแหล่งป้อนน้ำมันรายใหญ่ของจีน

ล่าสุด Obama ได้ประกาศเป็นนโยบายว่า สหรัฐฯกำลังพิจารณาทางเลือกต่างๆอยู่ทุกทางเลือก ซึ่งรวมถึงทางเลือกในการใช้กำลังทางทหารต่ออิหร่านด้วย

ในขณะที่พรรครีพับลิกันโจมตี Obama ว่า ยอมอิหร่านมากเกินไป แต่นักวิจารณ์จากทางปีกซ้ายของพรรคเดโมแครต และพวกเสรีนิยม กลับกล่าวโจมตี Obama ว่า ข้อผิดพลาดอันยิ่งใหญ่ของ Obama คือ Obama ยุติการปฏิสัมพันธ์กับอิหร่านเร็วเกินไป โดยได้โจมตี Obama ว่าล้มเหลว ที่ไม่ยอมรับข้อเสนอของบราซิลและตุรกี ที่พยายามเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในเรื่องนี้ โดยกลุ่มนี้ มองว่า การทูตน่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหานี้

แนวโน้มสงคราม

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มในขณะนี้ ที่หลายฝ่ายกำลังวิตกกังวล คือ สงครามระหว่างตะวันตกกับอิหร่าน โดยเฉพาะระหว่างสหรัฐฯร่วมกับอิสราเอล ในการโจมตีอิหร่าน อาจจะเกิดขึ้น โดยหากวิเคราะห์สถานการณ์ขณะนี้ เห็นได้ชัดว่า มีหลายเหตุการณ์ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ และอาจลุกลามไปถึงขั้นการใช้กำลังได้ โดย scenario ที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด คือ การที่สหรัฐฯหรืออิสราเอล ใช้เครื่องบินหรือขีปนาวุธโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน

แต่ก็มีหลายฝ่ายได้ออกมากล่าวเตือนถึงผลกระทบในทางลบ หากมีการใช้กำลังทางทหาร โดยเฉพาะสงครามอาจลุกลามบานปลาย อิหร่านอาจปิดช่องแคบ Hormuz และอาจโจมตีอิสราเอลด้วยขีปนาวุธ รวมทั้งสนับสนุนการก่อการร้าย

แต่สำหรับในมุมมองของอิหร่าน หนังสือพิมพ์ Tehran Times ได้วิเคราะห์ว่า ตะวันตกกำลังใช้เรื่องวิกฤตนิวเคลียร์อิหร่านมาเป็นข้ออ้างในการเปิดฉากสงครามครั้งใหม่ในภูมิภาค ทั้งนี้เพราะสหรัฐฯวิตกกังวลเป็นอย่างมาก ต่ออิทธิพลของอิหร่านในภูมิภาคที่ได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

สำหรับรัสเซียและจีน ก็ได้ออกมาต่อต้านแนวโน้มการใช้กำลังต่ออิหร่าน โดยหนังสือพิมพ์ Pravda ได้กล่าวเตือนสหรัฐฯว่า สหรัฐฯกำลังจะทำให้โลกเข้าสู่สงครามโลกครั้งใหม่ ส่วนหนังสือพิมพ์ People’s Daily ของจีน ก็ได้มองว่า เป็นโอกาสของจีนที่จะได้เพิ่มอิทธิพลทางการทูตในภูมิภาค ด้วยการที่จีนจะต้องให้ความช่วยเหลือทางการทูตต่ออิหร่าน ทั้งนี้เพราะจีนไม่เห็นด้วยต่อการทำสงครามโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ