วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ข้อเสนอยุทธศาสตร์ไทยต่อสหรัฐฯ ปี 2012

ข้อเสนอยุทธศาสตร์ไทยต่อสหรัฐฯ ปี 2012

ตีพิมพ์ใน สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ ฉบับวันศุกร์ที่ 13 – วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม 2555

ในคอลัมน์โลกทรรศน์ฉบับประจำวันที่ 9 – 15 ธันวาคม ที่ผ่านมา ผมได้เขียนบทความเรื่อง “ข้อเสนอยุทธศาสตร์ไทยต่อสหรัฐฯ ปี 2011” โดยได้พูดถึงความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ ในปัจจุบัน สิ่งท้าทายความสัมพันธ์ และความสำคัญของไทยต่อสหรัฐฯ ไปแล้ว คอลัมน์โลกทรรศน์ในตอนนี้ จะมาวิเคราะห์ต่อในหัวข้อ ความสำคัญของสหรัฐฯต่อไทย และข้อเสนอยุทธศาสตร์ไทยต่อสหรัฐฯ ทั้งในระดับทวิภาคี และระดับพหุภาคี ดังนี้

ความสำคัญของสหรัฐฯต่อไทย

สำหรับในแง่ของไทยนั้น สหรัฐฯยังคงมีความสำคัญต่อไทยอยู่หลายเรื่อง ซึ่งจะทำให้ไทยยังต้องให้ความสำคัญต่อสหรัฐฯในยุทธศาสตร์การทูตของไทยต่อไป โดยประเด็นสำคัญ คือ

• สหรัฐฯยังคงเป็นอภิมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก ระบบโลกยังคงเป็นระบบ 1 ขั้วอำนาจ ที่สหรัฐฯครองความเป็นเจ้า
• ดังนั้น ผลประโยชน์ในด้านต่างๆ ที่ไทยจะได้จากสหรัฐฯยังมีอีกมาก เริ่มจากผลประโยชน์ทางด้านการเมือง สหรัฐฯยังคงคุมเกมการเมืองโลก มีอิทธิพลในองค์การระหว่างประเทศต่างๆ ดังนั้น ไทยยังจำเป็นที่จะต้องพึ่งสหรัฐฯอยู่ต่อไป โดยเฉพาะหากไทยต้องการผลักดันเรื่องในเวทีระหว่างประเทศ ตัวอย่างเช่น ในคณะมนตรีความมั่นคง ไทยต้องพึ่งสหรัฐฯในเรื่องความขัดแย้งไทย-กัมพูชา และหากไทยต้องการส่งคนไทยไปเป็นเลขาธิการสหประชาชาติ ประเทศที่ไทยจะต้องล๊อบบี้ก่อนเพื่อน ก็คือ สหรัฐฯ
• ผลประโยชน์ทางด้านการทหาร ก็ยังคงมีความสำคัญมาก ในการพึ่งพิงกำลังทหารสหรัฐฯ ในการให้หลักประกันความมั่นคงต่อไทย รวมถึงเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ด้วย
• สำหรับผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ ก็มีความสำคัญอย่างมากเช่นเดียวกัน สหรัฐฯยังคงเป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทย เช่นเดียวกับการลงทุนจากสหรัฐฯ ก็ยังคงมีความสำคัญมาก เงินดอลลาร์ยังเป็นเงินสกุลหลักของโลก และสหรัฐฯยังคงคุมเกมในระบบเศรษฐกิจโลก ระบบการค้าโลก และระบบการเงินโลกอยู่
• สำหรับผลประโยชน์ในด้านอื่นๆ ก็มีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการพึ่งพิงเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ การบริโภควัฒนธรรมอเมริกันของคนไทย และการพึ่งพิงองค์ความรู้และการศึกษาจากสถาบันการศึกษาของสหรัฐฯเป็นหลักของคนไทย
ข้อเสนอยุทธศาสตร์ไทยต่อสหรัฐฯ

จากการวิเคราะห์ดังกล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่า ไทยยังคงมีความสำคัญต่อสหรัฐฯอยู่ และสหรัฐฯก็มี
ความสำคัญต่อไทยเป็นอย่างมาก ดังนั้น ยุทธศาสตร์ด้านการต่างประเทศของไทยต่อสหรัฐฯ จะต้องมีเป้าหมายหลักในการกระชับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯให้เข้มข้นมากขึ้น ทั้งนี้เพื่อผลประโยชน์ของไทยเอง

ผมขอเสนอยุทธศาสตร์ไทยต่อสหรัฐฯ โดยจะแบ่งเป็นระดับทวิภาคี และระดับพหุภาคี ดังนี้

ระดับทวิภาคี

• ไทยจะต้องมียุทธศาสตร์ในการคงความเป็นพันธมิตรชั้น 1 ของสหรัฐฯไว้ให้ได้ ตามที่ผมได้กล่าวแล้วว่า ขณะนี้ สหรัฐฯมีตัวเลือก ดังนั้น จึงเป็นโจทย์ที่ยากมาก ที่ไทยจะต้องพยายามคงความเป็นพันธมิตรชั้น 1 ไว้ และทำให้ไทยกลับมามีความสำคัญมากขึ้นในสายตาของสหรัฐฯ
• ไทยจะต้องมียุทธศาสตร์ในการสร้างสมดุล หรือสร้างดุลยภาพในความสัมพันธ์ระหว่าง ไทย-สหรัฐฯ กับความสัมพันธ์ไทย-จีน
• ไทยจะต้องมียุทธศาสตร์ในการยกระดับความสัมพันธ์ ซึ่งจะทำให้ไทยมีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับสูง และการล๊อบบี้ให้ประธานาธิบดี Obama เดินทางมาเยือนไทย
• เวทีหารือทวิภาคีระหว่างไทยกับสหรัฐฯในปัจจุบัน คือ US-Thailand Strategic Dialogue แต่ก็ไม่ค่อยมีความสำคัญ ทั้งนี้เพราะเวทีดังกล่าวเป็นเวทีหารือในระดับปลัดกระทรวงการต่างประเทศเท่านั้น ไทยจะต้องล๊อบบี้ให้สหรัฐฯยกระดับเวทีดังกล่าวขึ้นเป็นเวทีระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ
• อีกเรื่องที่ไทยควรผลักดัน คือ การรื้อฟื้นการเจรจา FTA ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ซึ่งได้สะดุดหยุดลง มาตั้งแต่รัฐประหาร 19 กันยาฯ ปี 2006
• นอกจากนั้น ไทยควรมียุทธศาสตร์ในการยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีในทุกๆด้านที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน ทั้งด้านการทหาร ด้านการเมืองความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคมวัฒนธรรม
ระดับพหุภาคี
สำหรับข้อเสนอยุทธศาสตร์ไทยในระดับพหุภาคีนั้น ไทยควรเน้นประเด็นเหล่านี้
• ไทยควรมียุทธศาสตร์ขยายการซ้อมรบ Cobra Gold ให้เป็นการซ้อมรบในระดับพหุภาคีอย่างเต็มรูปแบบ แม้ว่าในปัจจุบัน จะมีหลายประเทศได้เข้ามาร่วม ซึ่งก็เป็นการซ้อมรบในระดับพหุภาคีกลายๆอยู่แล้วก็ตาม
• ไทยควรมียุทธศาสตร์ที่จะให้สหรัฐฯใช้ไทยเป็นช่องทางในการปฏิสัมพันธ์กับอาเซียน โดยไทยควรใช้ข้อได้เปรียบที่ผมได้กล่าวไปแล้ว คือ ข้อได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ ที่ไทยมีที่ตั้งเป็นศูนย์กลางของอาเซียน
• ข้อได้เปรียบของไทยในการเป็นศูนย์กลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ไทยน่าจะเอามาใช้ประโยชน์ในการล๊อบบี้ให้สหรัฐฯใช้ไทยเป็นศูนย์กลาง หรือ เป็นช่องทางในการปฏิสัมพันธ์กับกรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคต่างๆ โดยเฉพาะกรอบ US-Lower Mekong Initiative ซึ่งเป็นกรอบที่สหรัฐฯริเริ่ม เพื่อขยายอิทธิพลของสหรัฐฯเข้าสู่เขตลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง เพื่อแข่งกับจีน
• นอกจากนี้ ไทยควรมียุทธศาสตร์ตอบสนองต่อความหลากหลายของช่องทางและเวทีต่างๆที่สหรัฐฯใช้ในภูมิภาค คือ มีทั้งทวิภาคี ไตรภาคี และพหุภาคี โดยมีแนวโน้มว่า สหรัฐฯจะจัดตั้งกรอบความร่วมมือในลักษณะไตรภาคีมากขึ้น อาทิ สหรัฐฯ-ไทย-ฟิลิปปินส์ และอาจมีหลายกรอบ หลายรูปแบบ ที่สหรัฐฯกำลังศึกษาอยู่ เช่นแนวคิด การประชุม 6 ฝ่าย ซึ่งจะเป็นการหารือระหว่างพันธมิตรหลักๆ 5 ประเทศ กับสหรัฐฯ
• สำหรับในเวทีอาเซียน ไทยควรมียุทธศาสตร์ต่อสหรัฐฯให้ชัดเจน โดยไทยอาจพิจารณาผลักดันการเจรจา FTA อาเซียน-สหรัฐฯ และให้สหรัฐฯเพิ่มบทบาทในเวทีอาเซียน เพื่อถ่วงดุลจีน
• ขณะนี้ สหรัฐฯกำลังผลักดัน FTA ตัวใหม่ ที่มีชื่อว่า Trans-Pacific Partnership หรือ TPP และสหรัฐฯพยายามล๊อบบี้ให้ไทยเข้าร่วม TPP ในประเด็นนี้ ผมมองว่า ไทยควรจะพิจารณาข้อดี-ข้อเสียให้ดี ก่อนที่จะตัดสินใจเข้าร่วม FTA ตัวใหม่ที่สหรัฐฯกำลังผลักดัน

2 ความคิดเห็น:

Marketth whiteworld กล่าวว่า...

ภาพโป๊จากทางบ้าน 870 กระทู้
คลิปโป๊ทางบ้าน 400 กระทู้

คลิปโป๊ครอบครัวไทยแท้ 134 คลิป
คลิปโป๊ดาราทั่วโลก 281 คลิป

หนังโป๊ AV 1x,xxx เรื่อง
เรื่องเล่าประสบการ์ณเสียวจากทางบ้าน 5,xxx ใหม่กว่าทุกเว็บ
คลิปเกย์หรือเลสเบี้ยนรวมแล้ว 830 คลิป
ภาพสาวเซ็กซี่ปีนี้เท่านั้น 8x,000 ภาพ

Kern pro กล่าวว่า...

ภาพโป๊จากทางบ้าน 870 กระทู้
คลิปโป๊ทางบ้าน 400 กระทู้

คลิปโป๊ครอบครัวไทยแท้ 134 คลิป
คลิปโป๊ดาราทั่วโลก 281 คลิป

หนังโป๊ AV 1x,xxx เรื่อง
เรื่องเล่าประสบการ์ณเสียวจากทางบ้าน 5,xxx ใหม่กว่าทุกเว็บ
คลิปเกย์หรือเลสเบี้ยนรวมแล้ว 830 คลิป
ภาพสาวเซ็กซี่ปีนี้เท่านั้น 8x,000 ภาพ