วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

สรุปสถานการณ์โลก ปี 2554 (ตอนที่ 1)

สรุปสถานการณ์โลก ปี 2554 (ตอนที่ 1)

ตีพิมพ์ใน สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ ฉบับวันศุกร์ที่ 30 ธันวาคม 2554 – วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม 2555

คอลัมน์โลกทรรศน์ตอนนี้ จะเป็นคอลัมน์ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ก็ได้เวลาที่จะมาสรุป ประมวลเหตุการณ์สถานการณ์โลกที่เกิดขึ้นในรอบปีที่ผ่านมา และที่ผมได้ทำมาทุกปี คือ จะเลือกเรื่องที่สำคัญที่สุด 10 เรื่อง มาสรุป และจัดอันดับความสำคัญ โดยจะไล่ตั้งแต่อันดับ 10 ไปจนถึงอับดับ 1

อันดับ 10 : ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา

สถานการณ์โลกเรื่องแรก ที่ในแง่ของไทยอาจจะมีความสำคัญเป็นอันดับ 1 แต่ในแง่ผลกระทบต่อโลก ก็น่าจะอยู่ประมาณอันดับ 10 คือ เรื่อง ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ซึ่งถือว่าเป็นความขัดแย้งทางทหารที่รุนแรงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน

ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา เป็นปัญหายืดเยื้อมานาน นับตั้งแต่กรณีเขาพระวิหาร แต่ได้ลุกลามบานปลายกลายเป็นการปะทะกันทางทหาร ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์

และในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ UNSC ได้ประชุมเรื่องความขัดแย้งไทย-กัมพูชา นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ความขัดแย้ง ถือเป็นความพ่ายแพ้ทางการทูตครั้งใหญ่ของไทย ที่ไม่ต้องการให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นปัญหาระหว่างประเทศ UNSC ได้ขอให้ทั้ง 2 ฝ่ายหยุดยิงอย่างถาวร แก้ปัญหาด้วยการเจรจา และสนับสนุนให้อาเซียนมีบทบาทในการแก้ปัญหา

ต่อมาได้มีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนขึ้น เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่อินโดนีเซีย การที่อาเซียนเข้ามามีบทบาท ถือเป็นการพ่ายแพ้ทางการทูตครั้งใหญ่ของไทย โดยเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของอาเซียน ที่ได้เข้ามาแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศสมาชิก

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น ก็ไม่มีความคืบหน้าทางการทูต การประชุม JBC ก็ไม่ได้มีผลอะไรเป็นรูปธรรม การประชุม GBC ก็ถูกยกเลิก และเกิดความล่าช้าในเรื่องผู้สังเกตการณ์ของอินโดนีเซีย นำไปสู่การเกิดการปะทะกันทางทหารอีกครั้งในเดือนเมษายน

ต่อมา ในเดือนพฤษภาคม ได้มีการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ไทยได้เรียกร้องให้ชะลอการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก แต่ไม่ได้ผล ไทยจึงประกาศจะลาออกจากการเป็นสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลก

และในช่วงปลายเดือนเมษายน กัมพูชาได้ทิ้งไพ่ใบสำคัญ โดยได้ยื่นเรื่องต่อศาลโลก ให้ตีความใหม่เกี่ยวกับคำตัดสินกรณีเขาพระวิหาร เมื่อปี 1962 โดยขอให้ตีความคำตัดสินที่บอกว่า การที่เขาพระวิหารเป็นของกัมพูชานั้น จะรวมถึงเขตทับซ้อนหรือไม่ ต่อมา ศาลโลกได้มีการกำหนดเขตปลอดทหาร และขอให้ทั้ง 2 ฝ่ายถอนทหารออกจากเขตดังกล่าว

อันดับ 9 : ยุทธศาสตร์เชิงรุกของสหรัฐฯต่อเอเชีย

สำหรับสถานการณ์โลกที่มีความสำคัญเป็นอันดับ 9 คือ บทบาทของสหรัฐฯต่อเอเชีย
ในปีนี้ สหรัฐฯเดินหน้ายุทธศาสตร์เชิงรุกต่อภูมิภาคอย่างเข้มข้น ทั้งในกรอบทวิภาคี และพหุภาคี ไฮไลท์ของยุทธศาสตร์สหรัฐฯต่อภูมิภาค เกิดขึ้นในระหว่างการเยือนออสเตรเลียของ Obama ในเดือนพฤศจิกายน Obama ได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อรัฐสภาของออสเตรเลีย ประกาศนโยบายครั้งสำคัญของสหรัฐฯต่อเอเชียว่า สหรัฐฯกำลังจะปรับเปลี่ยนนโยบายทางทหารครั้งใหญ่ต่อเอเชีย และจะให้ความสำคัญต่อภูมิภาคนี้ เป็นลำดับสูงสุด ในปี 2012 จะส่งทหาร 2,500 นาย มาประจำการอยู่ที่เมือง Darwin ทางตอนเหนือของออสเตรเลีย ซึ่งอาจเป็นก้าวแรกของการจัดตั้งฐานทัพของสหรัฐฯในอนาคต

เวทีพหุภาคีที่สหรัฐฯให้ความสำคัญ คือ เวที East Asia Summit หรือ EAS โดย Obama ได้เข้าร่วมประชุม EAS เป็นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน สหรัฐฯมองว่า การเป็นสมาชิก EAS จะทำให้สหรัฐฯเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมในภูมิภาค จะช่วยป้องกันไม่ให้ประเทศเอเชียตะวันออกรวมกลุ่มกันโดยไม่มีสหรัฐฯ และจะเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การปิดล้อมจีน

ยุทธศาสตร์เชิงรุกของสหรัฐฯในการปิดล้อมจีน ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงทางด้านการทหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงยุทธศาสตร์การปิดล้อมจีนทางเศรษฐกิจด้วย เครื่องมือสำคัญ คือ การผลักดัน FTA ตัวใหม่ ที่มีชื่อว่า Trans-Pacific Partnership หรือ TPP ซึ่งได้มีการจัดประชุมสุดยอดสมาชิก TPP 9 ประเทศที่ฮาวาย ในช่วงเดือนพฤศจิกายน

อันดับ 8 : ความขัดแย้ง จีน-สหรัฐฯ

สำหรับสถานการณ์โลกที่มีความสำคัญเป็นอันดับ 8 คือ ความขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐฯ โดยในปีนี้ มีเหตุการณ์หลายเรื่องที่ส่อเค้าให้เห็นว่า ทั้ง 2 ประเทศจะกลับมาขัดแย้งกันอีก

ในเดือนมิถุนายน ทั้งจีนและสหรัฐฯซ้อมรบในทะเลจีนใต้

ต่อมาในเดือนสิงหาคม ผู้นำฝ่ายทหารของสหรัฐฯ คือ Mike Mullen ได้ตอกย้ำว่า สหรัฐฯจะเดินหน้าปฏิบัติการสอดแนมทางทหาร ทั้งทางทะเลและทางอากาศ ใกล้ชายฝั่งของจีนต่อไป

ทุกๆปี กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯจะเผยแพร่เอกสารประเมินแสนยานุภาพทางทหารของจีน สำหรับในปีนี้ เอกสารดังกล่าว ได้วิเคราะห์ว่า การผงาดขึ้นมาของจีน จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อสภาวะแวดล้อมทางยุทธศาสตร์ โดยจีนให้ความสำคัญต่อการเตรียมพร้อมในการทำสงครามกับไต้หวัน

นอกจากทางด้านการทหารแล้ว ความขัดแย้งระหว่างจีน-สหรัฐฯ ยังได้ลุกลามขยายวงเข้าสู่มิติทางด้านเศรษฐกิจด้วย ในช่วงเดือนตุลาคม ปัญหาความขัดแย้งในเรื่องค่าเงินหยวนได้ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง วุฒิสภาของสหรัฐฯได้ผ่านร่างกฎหมายที่จะให้มีการตอบโต้ โดยการขึ้นภาษีนำเข้าจากประเทศที่มีค่าเงินต่ำกว่าความเป็นจริง โดยเป้าของกฎหมายฉบับนี้ ก็คือ จีน แต่จีนก็ได้ออกมาเตือนว่า กฎหมายดังกล่าว จะเป็นการเปิดฉากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน

อับดับ 7 : ความขัดแย้งในทะเลจีนใต้

สำหรับสถานการณ์โลกที่มีความสำคัญเป็นอับดับ 7 คือ ปัญหาความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ ซึ่งนับเป็นความขัดแย้งที่วิกฤตที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอาจลุกลามกลายเป็นสงครามในอนาคตได้

ในช่วงเดือนมิถุนายน วิกฤตได้ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง โดยเวียดนามได้กล่าวโจมตีจีนอย่างรุนแรงว่า เรือรบของจีนได้ทำลายสายเคเบิลเรือสำรวจก๊าซและน้ำมันของเวียดนาม และต่อมา ได้มีการเดินขบวนของชาวเวียดนามนับพันคนเพื่อประท้วงจีน ส่วนจีน ก็ได้ตอบโต้และย้ำถึงอำนาจอธิปไตยของจีนเหนือหมู่เกาะสแปรตลีย์ โดยกล่าวหาเวียดนามว่า สำรวจน้ำมันอย่างผิดกฎหมาย และละเมิดอธิปไตยของจีนอย่างรุนแรง

ฟิลิปปินส์ก็ได้ออกแถลงการณ์โจมตีจีนอย่างรุนแรง โดยกล่าวหาว่า เรือรบจีนได้ยิงปืนเข้าใส่เรือประมงของฟิลิปปินส์ ในบริเวณเกาะ Jackson Atoll ซึ่งฟิลิปปินส์อ้างว่าเป็นของตน แต่ทูตจีนประจำฟิลิปปินส์ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยตอกย้ำว่า จีนต้องการสันติภาพ และจะไม่ใช้กำลัง นอกจากจะถูกโจมตีก่อน

ตัวแปรสำคัญและผู้ที่อยู่เบื้องหลังฉากความขัดแย้งนี้ คือ สหรัฐฯ โดยการที่สหรัฐฯเข้ามายุ่งกับปัญหานี้และยุแหย่ให้จีนกับอาเซียนทะเลาะกัน เป็นเป้าหมายของสหรัฐฯ เพื่อเปิดช่องให้สหรัฐฯเข้ามามีบทบาททางทหารในภูมิภาคมากขึ้น และเพื่อปิดล้อมจีนทางทหารด้วย

อันดับ 6 : ปัญหาอิหร่าน

สถานการณ์โลกเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอันดับ 6 คือ ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน โดยเรื่องหลัก คือ การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน และความขัดแย้งกับสหรัฐฯ
ในเดือนตุลาคม ได้เกิดประเด็นร้อนระหว่า
งสหรัฐฯกับอิหร่าน โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ได้เปิดเผยแผนของอิหร่านที่จะลอบสังหารทูตซาอุดิอาระเบียประจำสหรัฐฯ รวมทั้งแผนก่อวินาศกรรมระเบิดสถานทูตซาอุดิอาระเบีย และอิสราเอล ในกรุงวอชิงตัน ดี ซี โดยผู้ที่อยู่เบื้องหลัง คือ องค์กร Quds Force ของรัฐบาลอิหร่าน ซึ่งเป็นองค์กรที่สหรัฐฯกล่าวหาว่า ให้ความช่วยเหลือตาลีบันในอัฟกานิสถาน และโจมตีทหารสหรัฐฯในอิรัก

หลังจากนั้น วิกฤตอิหร่านได้ลุกลามบานปลายมากขึ้น โดยเฉพาะหลังจากที่ IAEA ได้ออกมาเปิดเผยว่า มีหลักฐานว่า อิหร่านกำลังแอบพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ IAEA ออกมาประกาศเช่นนี้ โดยก่อนหน้านี้ อิหร่านประกาศมาตลอดว่า อิหร่านต้องการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์เพื่อใช้อย่างสันติ โดยหลังจากการเปิดเผยของ IAEA ก็ทำให้หลายฝ่ายในสหรัฐฯ ตื่นตระหนกต่อภัยคุกคามจากอิหร่าน และได้มีเสียงเรียกร้องให้ใช้กำลังทหารโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน

(โปรดอ่านต่อตอนจบในคอลัมน์โลกทรรศน์สัปดาห์หน้า ซึ่งจะสรุปสถานการณ์โลกอันดับที่ 1-5)

2 ความคิดเห็น:

Darkworld Pro กล่าวว่า...

ภาพโป๊จากทางบ้าน 870 กระทู้
คลิปโป๊ทางบ้าน 400 กระทู้

คลิปโป๊ครอบครัวไทยแท้ 134 คลิป
คลิปโป๊ดาราทั่วโลก 281 คลิป

หนังโป๊ AV 1x,xxx เรื่อง
เรื่องเล่าประสบการ์ณเสียวจากทางบ้าน 5,xxx ใหม่กว่าทุกเว็บ
คลิปเกย์หรือเลสเบี้ยนรวมแล้ว 830 คลิป
ภาพสาวเซ็กซี่ปีนี้เท่านั้น 8x,000 ภาพ

darkworldth8 กล่าวว่า...

ภาพโป๊จากทางบ้าน 870 กระทู้
คลิปโป๊ทางบ้าน 400 กระทู้

คลิปโป๊ครอบครัวไทยแท้ 134 คลิป
คลิปโป๊ดาราทั่วโลก 281 คลิป

หนังโป๊ AV 1x,xxx เรื่อง
เรื่องเล่าประสบการ์ณเสียวจากทางบ้าน 5,xxx ใหม่กว่าทุกเว็บ
คลิปเกย์หรือเลสเบี้ยนรวมแล้ว 830 คลิป
ภาพสาวเซ็กซี่ปีนี้เท่านั้น 8x,000 ภาพ