วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

แนวโน้มสถานการณ์โลก ปี 2555 (ตอนที่ 1)

แนวโน้มสถานการณ์โลก ปี 2555 (ตอนที่ 1)

ตีพิมพ์ใน ไทยโพสต์ ฉบับวันพุธที่ 28 ธันวาคม 2554

คอลัมน์กระบวนทรรศน์ในตอนนี้ เป็นตอนส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ผมจึงจะขอวิเคราะห์คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์โลกในปี 2555 ซึ่งมีสถานการณ์หลายเรื่อง ที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ ดังนี้

เกาหลีเหนือ

เรื่องที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ คือ สถานการณ์ในเกาหลีเหนือ ซึ่งหลังจากการเสียชีวิตของ Kim Jong-Il ในช่วงเดือนธันวาคม Kim Jong-Un ก็ได้สืบทอดอำนาจต่อ แต่โดยที่ Kim Jong-Un มีอายุเพียง 27 ปี และขาดประสบการณ์และบารมี จึงทำให้สถานการณ์ล่อแหลมมาก ที่จะเกิดความวุ่นวายทางการเมืองขึ้นในเกาหลีเหนือ ซึ่งอาจนำไปสู่การล่มสลายของรัฐบาล และเกิดสงครามเกาหลีครั้งใหม่ขึ้น

มีหลายปัจจัยที่อาจนำไปสู่ความวุ่นวาย ปัจจัยแรก คือ Kim Jong-Un อาจจะต้องการพิสูจน์ว่า เขามีความสามารถและบารมี ด้วยการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่แข็งกร้าว ซึ่งอาจนำไปสู่วิกฤตการณ์ครั้งใหม่ในคาบสมุทรเกาหลี

ปัจจัยการเมืองภายในก็ค่อนข้างล่อแหลม ที่จะนำไปสู่ความวุ่นวาย เพราะการขาดประสบการณ์ของ Kim Jong-Un และปราศจากฐานอำนาจทางการเมือง ซึ่งอาจทำให้ผู้นำทหารกระด้างกระเดื่อง และอาจโค่นล้มรัฐบาลของ Kim Jong-Un ได้
ดังนั้น ปัจจัยในเชิงลบมีหลายปัจจัย ซึ่งจะนำไปสู่ worst-case scenario คือ อาจเกิดการต่อสู้ทางการเมืองภายในกลุ่มผู้ปกครอง และอาจมีการลุกฮือขึ้นต่อต้านรัฐบาลจากประชาชน หรืออาจมีการเผชิญหน้ากับเกาหลีใต้ ซึ่งอาจลุกลามใหญ่โตจนอาจกลายเป็นสงคราม

ซึ่งหากเกิด scenario นี้ขึ้นจริง ก็อาจดึงให้มหาอำนาจ คือ จีนและสหรัฐฯ เข้าแทรกแซงในคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางทหารระหว่างจีนกับสหรัฐฯได้

วิกฤต Eurozone

อีกเรื่องที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษในปีหน้า คือ เรื่องวิกฤตหนี้ยุโรป หรือวิกฤต Eurozone ซึ่งในปีนี้ สถานการณ์ลุกลามบานปลาย และทรุดหนักลงเรื่อยๆ แม้จะมีมาตรการต่างๆออกมา แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะกอบกู้วิกฤตนี้ได้ โดยมีหลายปัจจัยที่อาจทำให้วิกฤต Eurozone ลุกลามบานปลายจนกลายเป็นวิกฤตการเงินโลกครั้งใหญ่

ปัจจัยประการแรก คือ มีความเป็นไปได้ว่า Eurozone อาจแตกสลาย โดยเริ่มจากมีบางประเทศถอนตัวออกจาก Eurozone ซึ่งประเทศแรกน่าจะเป็นกรีซ ยังไม่มีความแน่นอนว่า กรีซจะสามารถหลีกเลี่ยงภาวะล้มละลายได้หรือไม่ และธนาคารต่างๆจะยอมยกเลิกหนี้ให้กับกรีซ 50% ได้หรือไม่

และหากกรีซล้มละลาย ก็อาจเกิดภาวะ domino effect ทำให้วิกฤตลามเข้าสู่อิตาลีและสเปน ซึ่งขณะนี้ ก็เริ่มมีปัญหาบ้างแล้ว ในอนาคต หากวิกฤตลุกลามบานปลายเข้าสู่ทั้ง 2 ประเทศ กองทุน EFSF ซึ่งขณะนี้มีเงินอยู่เพียง 5 แสนล้านล้านยูโร ก็จะไม่สามารถเข้าไปกอบกู้อิตาลีและสเปนได้

อีกปัจจัย คือ ปัญหาของธนาคารในยุโรป แม้ว่า จะมีการเพิ่มทุน 1 แสนล้านยูโร แต่อาจไม่เพียงพอ เพราะธนาคารยุโรปได้ปล่อยกู้ให้กับประเทศที่มีปัญหาหนี้ เป็นเงินกว่า 4 ล้านล้านยูโร

อีกปัจจัย คือ สถานการณ์ความเชื่อมั่นของ Eurozone ทรุดหนักลงเรื่อยๆ S&P ได้คาดการณ์ว่า มีโอกาสถึง 50% ที่สมาชิก Eurozone 6 ประเทศ รวมทั้งฝรั่งเศสและเยอรมนี อาจถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือลง

อิหร่าน

สถานการณ์โลกจุดที่ 3 ที่จะต้องจับตามอง คือ อิหร่าน โดยในปีนี้ มี 2 เรื่องใหญ่ที่เกี่ยวกับอิหร่าน คือ เรื่องความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน และการที่ IAEA ประกาศว่า อิหร่านแอบพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

ในปีหน้า มีแนวโน้มว่า ปัญหาอิหร่านจะกลายเป็นวิกฤต ทั้งนี้ เพราะ Obama ได้ออกมาประกาศกร้าวว่าจะตอบโต้อิหร่าน ด้วยมาตรการตอบโต้ทุกรูปแบบ รวมทั้งมาตรการตอบโต้ทางทหาร นอกจากนี้ ในปีหน้า เป็นปีที่จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ Obama คงจะถูกกดดันอย่างหนักที่จะต้องแข็งกร้าวต่ออิหร่าน มิเช่นนั้น จะถูกพรรครีพับลิกันโจมตีในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง

และตั้งแต่ IAEA ประกาศว่า อิหร่านแอบพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ก็ได้มีเสียงเรียกร้องดังขึ้นเรื่อยๆในสหรัฐฯ ที่จะให้รัฐบาลใช้กำลังทางทหารโจมตีโรงงานพลังงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน เพื่อเป็นการตัดไฟต้นลมก่อนที่จะสายเกินไป

การก่อการร้ายสากล

ในปีหน้า ปัญหาการก่อการร้าย ยังจะคงเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของโลกต่อไป แม้ว่า ปีนี้ สหรัฐฯจะสามารถสังหาร Bin Laden ได้สำเร็จ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า จะเป็นจุดจบของการก่อการร้าย การก่อการร้ายและการก่อวินาศกรรมจะยังอยู่กับเราไปอีกนาน ซึ่งในปีหน้า สถานการณ์การก่อการร้ายจะมีอยู่หลายมิติด้วยกัน

มิติแรก คือ มิติขององค์กร al-Qaeda ซึ่งเป็นแกนกลางของการก่อการร้ายสากล al-Qaeda ได้ปรับองค์กรจากการรวมศูนย์เป็นการกระจายตัว ขณะนี้ มีสาขาย่อยทั่วโลก ในลักษณะ franchise มียุทธศาสตร์ที่เรียกว่า one man one bomb ดังนั้น ความเป็นไปได้ที่จะมีระเบิดฆ่าตัวตาย ก็มีอยู่สูง

ในอัฟกานิสถานและในปากีสถาน ก็มีความร่วมมือกันอย่างเหนียวแน่น ระหว่าง al-Qaeda กับ Taliban และในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะโลกอาหรับ แม้ว่า จะมี Arab Spring แต่ al-Qaeda ก็กำลังรอจังหวะสภาวะสุญญากาศแห่งอำนาจ และฉวยโอกาสจากสภาวะดังกล่าว เข้ายึดกุมอำนาจรัฐ

แนวร่วมขององค์กร al-Qaeda ในโลกมุสลิมมีอยู่มากมายหลายกลุ่ม อาทิ al-Qaeda in the Arabian Peninsula กลุ่ม Al-Shabaab ในโซมาเลีย กลุ่ม al-Qaeda in the Islamic Magherb ทางตอนเหนือของอัฟริกา กลุ่ม Lashkar e-Tayyiba ในอินเดียและปากีสถาน กลุ่ม al-Qaeda in Iraq และกลุ่ม Jemaah Islamiyah หรือ JI ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งกลุ่ม Abu Sayyaf ในฟิลิปปินส์

(โปรดอ่านต่อตอนจบ ในคอลัมน์กระบวนทรรศน์ตอนหน้า)