วันอาทิตย์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2555

นโยบายต่างประเทศของ Mitt Romney (ตอนที่ 2)

นโยบายต่างประเทศของ Mitt Romney (ตอนที่ 2) ตีพิมพ์ใน สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ ฉบับวันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ – วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม 2555 คอลัมน์โลกทรรศน์ตอนที่แล้ว ผมได้วิเคราะห์เกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศของ Mitt Romney ผู้สมัครตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯจากพรรครีพับลิกัน โดยขณะนี้ Romney เป็นตัวเต็งที่น่าจะเป็นตัวแทนพรรคแข่งกับประธานาธิบดี Obama จากพรรคเดโมแครต ในช่วงปลายปีนี้ คอลัมน์โลกทรรศน์ในวันนี้ จะมาวิเคราะห์นโยบายต่างประเทศของ Romney ต่อ โดยจะวิเคราะห์เกี่ยวกับแนวนโยบายต่อจีน ดังนี้ ศตวรรษที่ 21 : ศตวรรษของอเมริกา หรือ ศตวรรษของจีน เมื่อเร็วๆนี้ Romney ได้เขียนบทความนำเสนอแนวนโยบายต่อการผงาดขึ้นมาของจีน โดยในตอนต้นของบทความ เขาได้ตั้งเป็นคำถามว่า ศตวรรษที่ 21 จะเป็นศตวรรษของอเมริกา หรือศตวรรษของจีนกันแน่ เขาได้บอกว่า มีหลายคนมองว่า ศตวรรษที่ 21 จะเป็นศตวรรษของจีน ซึ่งมีประชากรกว่า 1,000 ล้านคน อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงถึง 10% อำนาจทางทหารก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เป็นไปได้ว่า จีนอาจจะผงาดขึ้นมาครอบงำเอเชียในอนาคต อย่างไรก็ตาม Romney ไม่เชื่อว่าศตวรรษที่ 21 จะเป็นศตวรรษของจีน เขาเชื่อว่า จะเป็นศตวรรษของสหรัฐฯ ทั้งนี้เพราะ สหรัฐฯมีความแข็งแกร่งที่ทำให้ได้เปรียบจีน แต่สหรัฐฯก็ต้องเสริมสร้างความแข็งแกร่งนี้ให้เพิ่มมากขึ้นโดยเร็ว ซึ่งหมายความว่า สหรัฐฯจะต้องมีนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจให้เข้มแข็ง เสริมสร้างกำลังทหาร รวมทั้งให้ความสำคัญกับค่านิยมของอเมริกัน ดังนั้น นโยบายของสหรัฐฯต่อจีนจะต้องตั้งอยู่บนความแข็งแกร่งทั้ง 3 ด้านของสหรัฐฯ โดยเน้นการที่จะทำให้จีนกลายเป็นสมาชิกในสังคมโลกที่มีความรับผิดชอบ แทนที่จะผงาดขึ้นมาเป็นเจ้าในภูมิภาค Romney ได้โจมตี Obama ว่า มีนโยบายต่อจีนที่ผิดพลาด ตั้งแต่แรก Obama มีนโยบายที่อ่อนข้อให้กับจีน โดยอ้อนวอนให้จีนซื้อหนี้สินของสหรัฐฯ รัฐบาล Obama ไม่กล้าที่จะหยิบยกประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชนขึ้นมาเล่นงานจีน เพราะกลัวจีนจะไม่ร่วมมือในการกอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจโลก และกลัวจีนจะไม่ร่วมมือในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน แต่ความอ่อนแอของ Obama ก็ยิ่งทำให้จีนได้ใจและเหิมเกริม และมีนโยบายต่างประเทศที่ก้าวร้าวมากขึ้นเรื่อยๆ และทำให้พันธมิตรของสหรัฐฯในภูมิภาคตั้งคำถามถึงอำนาจและบทบาทของสหรัฐฯในภูมิภาค แม้ว่า ในช่วงปีที่แล้ว Obama จะได้หันมาให้ความสำคัญต่อเอเชียมากขึ้น แต่ก็สายเกินไป แม้ว่า Obama จะประกาศเพิ่มกำลังทางทหารในเอเชีย แต่การกระทำของ Obama กลับทำให้บทบาททางทหารของสหรัฐฯในเอเชียอ่อนแอลง ด้วยการตัดงบประมาณทางทหาร ซึ่งในช่วงทศวรรษหน้านี้ Obama ตั้งใจจะตัดลดงบประมาณทางทหารลงกว่า 1 ล้านล้านเหรียญ นโยบายต่อจีน Romney จึงได้เสนอว่า สหรัฐฯจะต้องปรับเปลี่ยนนโยบายต่อจีนใหม่ ทางด้านเศรษฐกิจ สหรัฐฯจะต้องมีนโยบายตอบโต้พฤติกรรมของจีน ทั้งในด้านการค้า ทรัพย์สินทางปัญญา และเรื่องค่าเงินหยวน Romney เน้นว่า เขาจะไม่ยอมมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีน ในลักษณะที่ให้รางวัลกับการคดโกงของจีน ในขณะที่ลงโทษบริษัทและคนงานอเมริกัน ดังนั้น หากจีนไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ในวันแรกของการเป็นประธานาธิบดี Romney จะประกาศว่า จีนเป็นประเทศที่มีนโยบายแทรกแซงค่าเงิน (currency manipulator) และจะต้องมีมาตรการตอบโต้ สงครามการค้ากับจีน เป็นสิ่งที่ Romney ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่เขาก็ไม่สามารถทนต่อการเป็นฝ่ายยอมจำนนทางการค้าของสหรัฐฯได้ สำหรับนโยบายทางด้านการทหารนั้น สหรัฐฯจะต้องเพิ่มกำลังทางทหารในภูมิภาค เพื่อเผชิญกับภัยท้าทายทางด้านการทหารของจีนในระยะยาว เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ที่จีนเพิ่มงบประมาณทางทหารเกินกว่า 10% ดังนั้น เพื่อที่จะดำรงบทบาททางทหารในเอเชีย Romney จะเพิ่มงบประมาณทางทหาร (ไม่ใช่ตัดงบประมาณเหมือนกับในสมัยรัฐบาล Obama) และจะคงบทบาททางทหารที่แข็งแกร่งในภูมิภาคต่อไป เรื่องสุดท้ายที่ Romney โจมตีจีน คือ เรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนของจีน ซึ่ง Romney ได้นำเสนอนโยบายว่า สหรัฐฯจะต้องเผชิญหน้ากับจีนในเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ในตอนท้ายของบทความ Romney ได้สรุปว่า แนวนโยบายของเขา จะทำให้ศตวรรษที่ 21 เป็นศตวรรษของอเมริกา และจะไม่ใช่ศตวรรษของจีนอย่างแน่นอน โดยเขาเน้นในตอนท้ายว่า สหรัฐฯจะต้องมองว่า จีนเป็นประเทศเผด็จการที่มีความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ และกำลังจะสร้างปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ ให้กับสหรัฐฯ ให้กับประเทศเพื่อนบ้านของจีน และให้กับประชาคมโลกโดยรวม