วันอาทิตย์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2555

นโยบายต่างประเทศของ Mitt Romney

นโยบายต่างประเทศของ Mitt Romney ตีพิมพ์ใน สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ ฉบับวันศุกร์ที่ 17 – วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์2555 Mitt Romney คือ ตัวเต็งผู้สมัครตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯจากพรรครีพับลิกัน ซึ่งน่าจะเป็นตัวแทนของพรรครีพับลิกัน ลงชิงชัยกับ Barack Obama จากพรรคเดโมแครต เมื่อเร็วๆนี้ Romney ได้กล่าวสุนทรพจน์ประกาศวิสัยทัศน์นโยบายต่างประเทศของเขา ที่รัฐ South Carolina คอลัมน์โลกทรรศน์วันนี้ จะสรุป วิเคราะห์ สุนทรพจน์ดังกล่าว ดังนี้ สภาวะแวดล้อมโลก ในตอนต้นของสุนทรพจน์ Romney ได้วิเคราะห์สภาวะแวดล้อมโลก ซึ่งเป็นการมองโลกในแง่ร้ายเป็นอย่างมาก โดยมีเรื่องสำคัญ ดังนี้ อิหร่าน: กำลังแอบพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งจะคุกคามประเทศเพื่อนบ้าน และครอบงำแหล่งน้ำมันใหญ่ของโลก และควบคุมช่องแคบ Hormuz อัฟกานิสถาน: หลังจากสหรัฐฯและนาโต้ถอนกำลังออกมา ฝ่าย Taliban จะกลับคืนสู่อำนาจได้หรือไม่ และอัฟกานิสถานจะกลายเป็นแหล่งซ่องสุมของขบวนการก่อการร้ายได้อีกหรือไม่ สำหรับปากีสถาน: ซึ่งมีอาวุธนิวเคลียร์อยู่กว่า 100 ลูก กำลังตกอยู่ในอนาคตที่ไม่แน่นอน ฝันร้ายของโลก คือ การที่อาวุธนิวเคลียร์ของปากีสถานจะตกอยู่ในมือของกลุ่มก่อการร้ายมุสลิมหัวรุนแรง สำหรับจีน: ได้มีเจตจำนงชัดเจนที่จะผงาดขึ้นมาเป็นอภิมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและทางทหาร ยังมีความไม่แน่นอนว่า การเป็นอภิมหาอำนาจของจีน จะคุกคามประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ และจะผลักดันกองกำลังทหารของสหรัฐฯให้ออกไปจากภาคพื้นแปซิฟิก รวมทั้ง จีนจะสร้างแนวร่วมของประเทศเผด็จการในโลกหรือไม่ รัสเซีย: กำลังอยู่ในทางแพร่งสำคัญ Putin มองว่า การล่มสลายของจักรวรรดิโซเวียต คือ โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ของรัสเซีย จึงมีคำถามสำคัญว่า Putin จะทำให้รัสเซียกลับมาเป็นเหมือนอดีตสหภาพโซเวียตหรือไม่ โดยจะข่มขู่ประเทศเพื่อนบ้าน และทำลายเศรษฐกิจของยุโรป ด้วยการตัดเส้นทางพลังงานจากรัสเซียไปยุโรปหรือไม่ Romney บอกว่า สภาวะแวดล้อมโลกดังกล่าว เป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ เป็นอันตรายที่อเมริกากำลังประสบ โดยเฉพาะอันตรายดังกล่าวจะเป็นจริงมากขึ้น หากสหรัฐฯยังคงเดินหน้าตามนโยบายที่ผิดพลาดของ Obama ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ศตวรรษของอเมริกา Romney ได้เสนอวิสัยทัศน์นโยบายต่างประเทศ โดยมองว่า ศตวรรษที่ 21 จะเป็นศตวรรษของอเมริกา หรือ American Century โดยศตวรรษนี้ อเมริกาจะมีเศรษฐกิจและกองกำลังทหารที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก และอเมริกาจะเป็นผู้นำของโลกเสรี Romney กล่าวว่า หากเขาได้เป็นประธานาธิบดี เขาจะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อทำให้เกิดศตวรรษของอเมริกา และจะไม่ยอมที่จะขอโทษต่อชาวโลกต่อความผิดของอเมริกา (อย่างที่ Obama ได้ทำมาโดยตลอด) Romney ได้วิเคราะห์ต่อว่า ขณะนี้ มีภัยคุกคามต่อสหรัฐฯหลายด้าน ภัยคุกคามแรก คือ กลุ่มก่อการร้ายมุสลิมหัวรุนแรง ซึ่งสหรัฐฯได้ทำสงครามกับกลุ่มนี้ มาตั้งแต่เหตุการณ์ 11 กันยาฯ ภัยคุกคามที่ 2 คือ การต่อสู้ในตะวันออกกลาง ระหว่างกลุ่มที่เรียกร้องเสรีภาพกับกลุ่มที่ปฏิเสธเสรีภาพ ภัยคุกคามที่ 3 คือ อันตรายจากรัฐที่ล้มเหลว ซึ่งรัฐเหล่านี้ ในที่สุด จะกลายเป็นแหล่งซ่องสุมใหญ่ของขบวนการก่อการร้าย ภัยคุกคามที่ 4 คือ รัฐบาลที่ต่อต้านอเมริกา โดยเฉพาะอิหร่าน เกาหลีเหนือ เวเนซูเอล่า และคิวบา และภัยคุกคามที่ 5 คือ ภัยคุกคามที่มาจากมหาอำนาจใหม่ ที่มีวาระซ่อนเร้น ต้องการจะเป็นอภิมหาอำนาจของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จีนและรัสเซีย ซึ่งมีผู้นำที่เชื่อว่า สหภาพโซเวียต คือ จักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่จักรวรรดิที่ชั่วร้าย Romney ได้กล่าวถึงยุทธศาสตร์ในการจัดการกับภัยคุกคามเหล่านี้ ซึ่งยุทธศาสตร์หลักของเขา คือ การที่จะทำให้อเมริกาเข้มแข็ง และเมื่ออเมริกาเข้มแข็ง โลกก็จะปลอดภัย ความแข็งแกร่งของอเมริกาจะมาจากเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง กองทัพที่แข็งแกร่ง และค่านิยมอันสูงส่งของอเมริกา แต่ Romney ได้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล Obama ว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา Obama ได้ทำให้ความแข็งแกร่งของอเมริกาลดน้อยถอยลงไปในทุกด้าน ดังนั้น Romney จึงประกาศกร้าวว่า ในวันแรกที่เขาเป็นประธานาธิบดี เขาจะสร้างเศรษฐกิจอเมริกาให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งหนึ่ง และจะปรับนโยบายสวนทางกับ Obama ที่ปรับลดงบประมาณทางทหารลงไปเป็นอย่างมาก โดยเขาจะเพิ่มงบประมาณทางทหาร และจะสร้างกองทัพอเมริกาให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งหนึ่ง ในตอนท้ายของสุนทรพจน์ Romney ได้กล่าวสรุปว่า ช่วงเวลานี้ เป็นช่วงเวลาของอเมริกา หรือ America’s moment โดยสหรัฐฯจะต้องแข็งแกร่งในการเผชิญกับภัยคุกคาม ไม่ใช่หวาดกลัวและ “หดหัว” เข้าไปอยู่ใน “กระดอง” ของลัทธิโดดเดี่ยวนิยม และอเมริกาจะต้องไม่ยกธงขาว และยอมแพ้ต่อภัยคุกคามต่างๆ Romney ปฏิเสธคนที่กล่าวว่า “เวลาของความยิ่งใหญ่ของอเมริกาได้หมดสิ้นไปแล้ว” เขาจะไม่ยอมจำนนบทบาทผู้นำโลกของอเมริกา และกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า หากชาวอเมริกันต้องการให้อเมริกาเป็นประเทศที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ก็คงจะต้องเลือกเขาเป็นประธานาธิบดี กล่าวโดยสรุป ผมมองว่า สุนทรพจน์ของ Romney ในการประกาศวิสัยทัศน์นโยบายต่างประเทศในครั้งนี้ เป็นการมองโลกในแนวอนุรักษ์นิยม ในแนวรีพับลิกัน ที่มองโลกในแง่ร้ายแบบสุดโต่ง และมองไปที่ไหนก็เจอแต่ศัตรูแทบทั้งสิ้น ผมดูนโยบายของ Romney แล้ว ก็นึกถึงนโยบายสายเหยี่ยวของรัฐบาล Bush ซึ่งได้ทำให้โลกปั่นป่วนมาแล้วในช่วง 8 ปีของรัฐบาล Bush ดังนั้น คงจะคาดการณ์ได้ว่า หาก Romney ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี เขาคงจะดำเนินนโยบายต่างประเทศในแนวสายเหยี่ยว ก้าวร้าว และใช้ความรุนแรง ซึ่งจะกระทบต่อโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น สถานการณ์โลกก็คงจะเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความปั่นป่วนอีกครั้งหนึ่ง เหมือนกับในสมัยของรัฐบาล Bush